นี่เป็นเนื้อหาของมติที่ 224 ของคณะกรรมการกลางพรรคเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมปี 2026 ว่าด้วยสมาชิกพรรคที่เข้าร่วมกิจกรรมการลงทุนและประกอบธุรกิจ
การประชุมครั้งที่ 4 คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 ในระหว่างวันที่ 5-10 สิงหาคม ได้อนุมัติมติที่ 224 ว่าด้วยสมาชิกพรรคที่เข้าร่วมกิจกรรมการลงทุนและประกอบธุรกิจ เพื่อใช้แทนมติที่ 15 ว่าด้วยสมาชิกพรรคที่ประกอบธุรกิจภาคเอกชน โดยมีขอบเขตเนื้อหาที่กว้างขึ้น สอดคล้องกับการดำเนินกิจกรรมการลงทุนและประกอบธุรกิจ และเหมาะสมกับแนวปฏิบัติสากล
มีส่วนร่วมอย่างมากในภาคการผลิตและประกอบธุรกิจ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมปี 2006 ซึ่งครบ 20ปีที่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม สมัยที่ 10 ได้ประกาศใช้มติที่ 15 ว่าด้วยสมาชิกพรรคประกอบธุรกิจภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแนวคิดของพรรค โดยยอมรับและอนุญาตให้สมาชิกพรรคประกอบธุรกิจภาคเอกชน
ในช่วง 20 ปีของการดำเนินการตามมติที่ 15 จำนวนสมาชิกพรรคที่ประกอบธุรกิจภาคเอกชนเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า จากกว่า 35,000 คนในปี 2006 เป็น 187,000 คนในปี 2026 โดยเฉพาะสมาชิกพรรคและนักธุรกิจที่เป็นสมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วมอย่างมากในภาคการผลิตและประกอบธุรกิจ การสร้างงาน การปฏิบัติตามพันธกรณีต่อรัฐ และการค้ำประกันสวัสดิการสังคม
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลและการประเมินของคณะกรรมการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ส่วนกลางพบว่า เมื่อเทียบกับจำนวนสมาชิกพรรคทั่วประเทศในปัจจุบันซึ่งมีมากกว่า 5.6 ล้านคน การมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชนยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยสมาชิกพรรคที่ประกอบธุรกิจมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 3.31 ของสมาชิกพรรคทั้งหมด ซึ่งสาเหตุมาจากการที่มติที่ 15 มุ่งกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับสมาชิกพรรคที่อยู่นอกภาครัฐเข้าร่วมกิจกรรมเศรษฐกิจภาคเอกชนเป็นหลัก ส่วนการกำหนดให้สมาชิกพรรคในภาครัฐประกอบธุรกิจยังมีข้อจำกัดอย่างมาก ทั้งที่ภาครัฐเป็นภาคส่วนที่มีสมาชิกพรรคจำนวนมากที่สุด โดยข้อมูลสถิติแสดงให้เห็นว่า สมาชิกพรรคที่เป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่บริหารมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 98 ขณะที่สมาชิกพรรคที่เป็นพนักงานราชการมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 85 ของพนักงานทั้งหมด ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการพัฒนาประเทศในระยะใหม่ ได้มีการประกาศใช้มติที่ 224 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมปี 2026 ว่าด้วยสมาชิกพรรคที่เข้าร่วมกิจกรรมการลงทุนและประกอบธุรกิจ นาย เหงวียนแทงหงิ หัวหน้าคณะกรรมการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ส่วนกลาง กล่าวว่า
“ข้อกำหนดว่าด้วยสมาชิกพรรคที่เข้าร่วมกิจกรรมการลงทุนและประกอบธุรกิจมีขอบเขตเนื้อหาที่กว้างขึ้น สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและแนวปฏิบัติสากล อีกทั้งยังส่งเสริมบทบาทการเป็นผู้เดินหน้าและแบบอย่างที่ดีของสมาชิกพรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจ สมาชิกพรรคไม่เพียงต้องเป็นผู้เดินหน้าในการปฏิบัติตามแนวทางและนโยบายของพรรค นโยบายและกฎหมายของรัฐเท่านั้น แต่ยังต้องมีความรับผิดชอบในการเดินหน้าและการเป็นแบบอย่างที่ดีในการส่งเสริมศักยภาพด้านแรงงาน การผลิตและประกอบธุรกิจ การสร้างฐานะอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการพัฒนาประเทศในยุคใหม่”
ก้าวเปลี่ยนที่มีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงใหม่แนวคิดจากการ “อนุญาต” มาเป็นการ “ส่งเสริมและอำนวยความสะดวก” ให้สมาชิกพรรคสร้างความมั่งคั่งอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาประเทศนั้นได้เปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคในภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นและส่งเสริมบทบาทของสมาชิกพรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจ นาย หมากก๊วกแอง รองประธานและเลขาธิการสมาคมสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมกรุงฮานอยกล่าวว่า นี่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงวิธีการเข้าถึงเท่านั้น แต่ยังเป็นความต้องการที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียแหล่งพลังของสังคม
“แนวทางนโยบายครั้งนี้มุ่งเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคได้มีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งทุกฝ่ายได้รอคอยมาเป็นเวลานานเพื่อสร้างเงื่อนไขให้สมาชิกพรรคเปลี่ยนแปลงใหม่แนวคิดและสร้างสรรค์แนวทางการปฏิบัติ ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและนำประเทศเข้าสู่ศักราชใหม่ สมาชิกพรรคแต่ละคนจะสามารถส่งเสริมศักยภาพและมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม เมื่อได้รับการสนับสนุนให้ทำในสิ่งที่ตนปรารถนา สมาชิกพรรคก็จะมีแรงจูงใจในการอุทิศตนมากขึ้น ร่วมแรงร่วมใจพัฒนาประเทศก้าวรุดหน้าต่อไป”
ทั้งนี้ การส่งเสริมให้สมาชิกพรรคเข้าร่วมกิจกรรมการลงทุนและประกอบธุรกิจไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางในการส่งเสริมสติปัญญา ความมุ่งมั่น และความปรารถนาที่จะอุทิศตนของแต่ละบุคคลเพื่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งมติของการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคครั้งที่ 4 สะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะทั้งในความมุ่งมั่นทางการเมืองและแนวคิดเชิงทฤษฎี นี่ไม่ใช่เพียงการแก้ไขเอกสารทางปกครองฉบับหนึ่ง แต่เป็นก้าวเปลี่ยนที่มีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์
การมีมุมมองที่ถูกต้องต่อการเข้าร่วมกิจกรรมการลงทุนและประกอบธุรกิจของสมาชิกพรรค จะช่วยสร้างแรงดึงดูดให้ผู้ประกอบการและปัญญาชนที่มีความสามารถเข้าเป็นสมาชิกพรรคมากขึ้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่เพียงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่สังคมเท่านั้น แต่ยังช่วยเผยแพร่จิตใจแห่งการเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมการประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์สุจริต เพื่อร่วมกันนำประเทศก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่.
