ในประวัติศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์และพิทักษ์รักษาประเทศ กลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติล้วนเป็นรากฐานแห่งพลังและเป็นปัจจัยชี้ขาดต่อทุกชัยชนะของการปฏิวัติเวียดนาม เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคแห่งการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึก ความจำเป็นในการส่งเสริมพลังของกลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติก็ยิ่งกลายเป็นภารกิจที่เร่งด่วนมากกว่าที่เคย ดังนั้น การประชุมใหญ่ครั้งที่ 11 ของแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนามไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมทางการเมืองที่สำคัญเท่านั้น หากยังเป็นโอกาสปลุกเร้าจิตใจแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และการร่วมแรงร่วมใจของประชาชนทั่วประเทศเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาประเทศให้มั่งคั่งรุ่งเรือง
กลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติคือแหล่งพลังของประชาชาติ
นับตั้งแต่ช่วงเวลาแห่งการต่อสู้เพื่อช่วงชิงเอกราชจนถึงยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศ สร้างสรรค์และพิทักษ์รักษาปิตุภูมิในวันนี้ จิตใจแห่งความสามัคคีได้กลายเป็นคุณค่าที่ยั่งยืนและเป็นขนบธรรมเนียมอันล้ำค่าที่ได้รับการหล่อหลอมผ่านมาหลายชั่วอายุคน กลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติเป็นแนวคิดสำคัญที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องในอุดมการณ์ของประธานโฮจิมินห์และของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม รองศาสตราจารย์ ดร. เหงวียนแหม่งห่า อดีตหัวหน้าสถาบันประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามยืนยันว่า
“ประธานโฮจิมินห์ได้ย้ำหลายครั้งว่า "สามัคคี สามัคคี มหาสามัคคี ความสำเร็จ ความสำเร็จ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่" ซึ่งหมายความว่า ความสามัคคีจะนำมาซึ่งความสำเร็จและมหาสามัคคีก็จะนำมาซึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ พรรคให้ความสำคัญอยู่เสมอต่อการสร้างสรรค์องค์กรแนวร่วมปิตุภูมิให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นบนพื้นฐานของพันธมิตรกรรมกร ชาวนา และปัญญาชนเพื่อรับใช้ภารกิจการปฏิวัติในแต่ละช่วง”
ผลสำเร็จในภารกิจการปฏิวัติของเวียดนามได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อประชาชนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ประเทศชาติก็สามารถก้าวข้ามทุกความยากลำบากและความท้าทายได้ ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศ จิตใจแห่งความสามัคคียังคงสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาเศรษฐกิจ รักษาเสถียรภาพทางการเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและช่วยยืนยันสถานะของเวียดนามบนเวทีโลกอีกด้วย ปัจจุบันนี้ เวียดนามกำลังย่างเข้าสู่ระยะแห่งการพัฒนาใหม่ ซึ่งมีทั้งโอกาสและความท้าทายและภารกิจการสร้างสรรค์และพิทัษษ์รักษาปิตุภูมิจะมีเงื่อนไขใหม่ๆ ดังนั้งกลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติไม่เพียงแต่เป็นขนบธรรมเนียมอันดีงามเท่านั้น หากยังเป็นพลังขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย นั่นคือความสามัคคีระหว่างชนชั้นต่างๆ ในสังคม ระหว่างชนกลุ่มน้อยเผ่าต่าง ๆ และศาสนาต่าง ๆ ระหว่างชาวเวียดนามที่อาศัยภายในประเทศกับชาวเวียดนามโพ้นทะเล รวมถึงความผูกพันระหว่างพรรค รัฐและประชาชนบนพื้นฐานของผลประโยชน์ที่กลมกลืนกันและเพื่อเป้าหมายร่วมของประเทศ บาทหลวง เจิ่นซวนแหม่ง ประธานคณะกรรมการสามัคคีคาทอลิกเวียดนามกล่าวว่า
“ชาวคาทอลิกเราให้ความสำคัญกับ “การเคารพพระเจ้าและความรักชาติ” ความรักชาติก็คือการช่วยเหลือและแบ่งปันต่อประชาชาติของตน ต่อพี่น้องร่วมชาติของตน รักผู้อื่นเสมือนรักตนเอง ดังนั้น งานที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเมตตาและการกุศลของชาวคาทอลิกจึงถือเป็นหน้าที่ เป็นความรับผิดชอบที่สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้าและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพรรคและประชาชน”
ความรับผิดชอบและภารกิจทางประวัติศาสตร์ของแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนาม
ในระยะใหม่แห่งการพัฒนาประเทศ การประชุมใหญ่แนวร่วมปิตุภูมิเวียดนามครั้งที่ 11 ยังคงยืนยันบทบาทของแนวร่วมปิตุภูมิในฐานะ “ชายคา” ของกลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติต่อไป ด้วยบทบาทในการรวบรวมและส่งเสริมพลังของประชาชนทุกชนชั้น แนวร่วมปิตุภูมิเวียดนามได้มีส่วนช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจของประชาชนต่อพรรคและรัฐ สร้างความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ในสังคมเพื่อเป้าหมายแห่งการพัฒนาประเทศ นาย เหงวียนบิ่งมิงห์ ปลัดสำนักงานแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนามกล่าวว่า แนวทาง เป้าหมาย และภารกิจต่าง ๆ ได้รับการกำหนดขึ้นด้วยความเป็นไปได้ที่สูงยิ่งขึ้น โดยกำหนด 3 ก้าวกระโดดที่เชื่อมโยงกับข้อกำหนดในการปฏิรูปองค์กรและการดำเนินงานของแนวร่วมปิตุภูมิอย่างเข้มแข็งตามแนวทางที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น
“ ในวาระนี้ เรากำหนด 3 ก้าวกระโดด หนึ่งคือ ปรับปรุงกลไกให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะต้องปฏิรูปเนื้อหาและวิธีการดำเนินงานของแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนามทุกระดับอย่างเข้มแข็ง โดยมุ่งสู่ระดับพื้นฐาน ชุมชนและประชาชน สองคือ ยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของการตรวจและวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมตามแนวทางที่เป็นฝ่ายรุกตั้งแต่เนิ่นๆ ทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำไปจนถึงการดำเนินนโยบาย ต่างมีการเข้าร่วมของแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนาม สามคือ สร้างสรรค์แถวขบวนเจ้าหน้าที่ของแนวร่วมปิตุภูมิให้มีความเป็นมืออาชีพ มีความทุ่มเทและสามารถตอบสนองความต้องการในสภาวการณ์ใหม่”
ในระยะปัจจุบัน กลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติยังต้องเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและค้ำประกันความยุติธรรมในสังคม จิตใจแห่งความสามัคคีชนในชาติต้องได้รับการขยายให้เป็นพลังแห่งการเชื่อมโยงระหว่างประชาชาติเวียดนามกับมิตรประเทศทั่วโลก ช่วยให้เวียดนามใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาและยกระดับสถานะของประเทศให้สูงเด่นมากขึ้นบนเวทีโลก
การส่งเสริมพลังของกลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติในศักราชใหม่จึงเป็นทั้งข้อกำหนดภาวะวิสัยและภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว โดยบทบาทที่เป็นแกนกลางของแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนามพร้อมกับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนทั่วประเทศ กลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติก็จะยังคงได้รับการเสริมสร้างให้มั่นคงยิ่งขึ้น สร้างพลังขับเคลื่อนให้ประเทศเวียดนามพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืนต่อไป.
