![]() |
การประชุมกับบรรดาผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของเวียดนามในหลายด้านคือการประชุมที่ผู้นำรัฐบาลจัดขึ้นเป็นประจำในเวลาที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมีความประสงค์รับฟังความคิดเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญในหลายมิติต่างๆเพื่อมีวิสัยทัศน์อย่างรอบด้านในการชี้นำและบริหารเศรษฐกิจสังคม
ความคิดเห็นที่กระตือรือร้น
ยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจสังคมระยะ 10 ปีตั้งแต่ปี 2021-2030 คือเอกสารสำคัญของอนุกรรมการเศรษฐกิจสังคมเพื่อเตรียมพร้อมให้แก่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 โดยในรอบ 10 ปีข้างหน้า เวียดนามผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลกที่กว้างลึก การปฏิวัติอุตสาหกรรม4.0มีขึ้นอย่างเข้มแข็งซึ่งทำให้โลกมีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้น การแข่งขันด้านการค้าภายในประเทศก็มีขึ้นอย่างเข้มแข็ง ถึงแม้เวียดนามมีศักยภาพ โอกาสและความได้เปรียบมากมาย แต่ก็ยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่างๆ เช่นความล้าหลัง การตกเข้าสู่กับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางและการบริหารภาครัฐที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น ตามความเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ ในยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจสังคมในอีก 10 ปีข้างหน้าและแนวทางการพัฒนาที่กว้างไกลมากขึ้น เวียดนามต้องเลือกด้านสำคัญและเสาหลักเพื่อปฏิบัติเป้าหมายของยุทธศาตร์แทนการพัฒนาแบบกระจัดกระจาย
ควบคู่กันนั้นต้องมีแนวทางใช้ผลงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและผลงานจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 อย่างเข้มแข็งเพื่อพัฒนาหน่วยงานต่างๆให้มีความทันสมัย ยุทธศาสตร์พัฒนาหน่วยงานอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัยต้องสอดคล้องกับการพัฒนาหน่วยงานอุตสาหกรรมสำคัญและมีศักยภาพในการพัฒนาประเทศ
ถ้าต้องการให้ในอีก 10 ปีข้างหน้า รายได้เฉลี่ยนต่อหัวประชากรเพิ่มขึ้น 2 เท่า อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจต้องสูงกว่าร้อยละ 7.5 เป็นเวลา 10 ปีติดต่อกัน ซึ่งถึงแม้จะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเห็นว่า มีความเป็นไปได้มากที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ ถ้าหากเน้นปฏิบัติเสาหลักอย่างมีประสิทธิภาพ 1 คือการเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงควบคู่กับการแปรรูป จัดตั้งกลุ่มการเกษตร-อุตสาหกรรม 2คือใช้ความได้เปรียบจากเศรษฐกิจในเขตริมฝั่งทะเล 3 คือพัฒนาอุตสาหกรรม-การท่องเที่ยวและ4คือพัฒนาเศรษฐกิจเขตตัวเมือง
เพื่อปฏิบัติเสาหลักนี้ ต้องปฏิรูปกลไกอย่างพร้อมเพรียง โดยสิ่งที่สำคัญที่ต้องเปลี่ยนแปลงคือหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนในการบริหารภาครัฐ เรื่องใดที่ส่วนกลางปฏิบัติได้ ทางการท้องถิ่นก็ไม่ควรปฏิบัติ ควบคู่กันนั้นคือต้องยุติแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจเฉพาะในท้องถิ่น โดยหันมาพัฒนาเศรษฐกิจตามเขตที่สำคัญๆ
บรรดาผู้เชี่ยวชาญยังเห็นพ้องเกี่ยวกับบทบาทของเศรษฐกิจภาคเอกชนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะบทบาทของกลุ่มบริษัทใหญ่ๆ ดังนั้น ในยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจสังคมต้องย้ำถึงบทบาทของเศรษฐกิจภาคเอกชนเพื่อจัดทำกลไกและผลักดันให้มีส่วนร่วมมากขึ้นต่อเศรษฐกิจของประเทศ
![]() |
รับฟังความคิดเห็นอยู่เสมอ
นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ได้กล่าวถึงข้อเสนอของประชาชนคือต้องมีความมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้น ดังนั้นการมียุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจสังคมที่ถูกต้อง สอดคล้องกับหลักวิชาการและมีความเป็นไปได้สูงในการปฏิบัติจะช่วยให้ประเทศมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ อีกทั้งแสดงความเห็นว่า ถึงแม้ประเทศยังคงประสบอุปสรรค์มากมาย เป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางในระดับล่าง ทำให้โอกาสมีไม่มากนัก แต่ก็ต้องมีความมุ่งมั่นพัฒนาต่อไป
นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ยืนยันอีกครั้งถึงความต้องการของประเทศในปีต่อๆไปคือต้องหลุดพ้นจากความเสี่ยงที่ประเทศจะล้าหลังและลดช่องว่างการพัฒนากับประเทศต่างๆ ความมุ่งมั่นนี้ต้องได้รับการปฏิบัติบนพื้นฐานทางวิชาการเพื่อให้ประเทศมีผลงานที่มีความหมายในช่วงฉลองครบรอบ 100 ปีวันก่อตั้งพรรคและ 100 ปีวันก่อตั้งประเทศ ดังนั้นในเวลาที่จะถึง จะมีการหารือที่เปิดกว้าง ตรงไปตรงมากับบรรดานักวิชาการและนักวิจัยที่มีชื่อเสียงเพื่อมีวิสัยทัศน์และแนวคิดที่เหมาะสมในการจัดทำยุทธศาสตร์ 10 ปีพัฒนาเศรษฐกิจสังคมเพื่อยื่นเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13
ในตลอดกว่า 30 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ สถานะของเวียดนามได้รับการยกระดับให้สูงเด่นบนเวทีโลกอย่างไม่เคยมีมาก่อน เวียดนามกลายเป็นศูนย์กลางที่หลายประเทศอยากเป็นหุ้นส่วนด้วย นี่คือพื้นฐานเพื่อให้พรรคจัดทำแผนการและยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจสังคมที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ การที่ผู้นำของรัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของบรรดานักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเกี่ยวกับยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจสังคมระยะ 10 ปีตั้งแต่ปี 2021-2030 คือโอกาสเพื่อใช้ศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์เพื่อช่วยให้ประเทศใช้โอกาสที่กำลังเปิดกว้าง.


