วิกฤตนิวเคลียร์ของอิหร่านกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นจนไม่สามารถแสวงหามาตรการแก้ไขได้ในเร็ววันนี้ โดยเหตุผลที่สำคัญมาจากทั้งทางการของประธานาธิบดีอิหร่านและฝ่ายตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐที่มักจะอยู่ในภาวะเผชิญหน้าทั้งด้านการทูต การเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร

เมื่อวันที่26ธันวาคม พลตรี อาเมด วาฮีดี รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมอิหร่านได้กล่าวยืนยันว่า ประเทศตนมีความสามารถในการผลิตเครื่องบินไร้คนขับเพื่อรับมือกับการเกิดสงครามได้ในทุกขณะแม้ว่าจะต้องเผชิญกับความลำบากต่างๆจากคำสั่งคว่ำบาตรในทุกด้านจากนานาชาติ ส่วนก่อนหน้านั้น พลเรือเอก ฮาบิบอลเลาะห์ ซายารี ผู้บัญชาการทหารเรืออิหร่านก็ได้ประกาศว่าทางกองทัพเรือกำลังทำการต่อเรือพิฆาตที่ทันสมัยลำที่สองโดยใช้ชื่อว่าจามารัน-2 ซึ่งท่าทีเหล่านี้ได้มีขึ้นในขณะที่ทางการเตหะราน เริ่มจัดการซ้อมรบทางทะเลขนาดใหญ่ที่มีรหัสว่า Velayat 90 ซึ่งจะมีขึ้นเป็นเวลา10วันที่ช่องแคบ ฮอร์มุซนั้นก็ได้เพิ่มความวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะปิดเส้นทางยุทธศาสตร์ในการขนส่งน้ำมันของโลกนี้ถ้าหากเกิดการปะทะทางทหารระหว่างอิหร่านกับตะวันตก ในขณะเดียวกันกรณีการถกเถียงกันระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเทลอาวิฟและวอชิงตันต่างกล่าวหาเตหะรานว่าพยายามมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองแต่กลับไม่สามารถเสนอหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ได้ โดยทั้งสหรัฐและอิสราเอลต่างก็ประกาศว่าจะไม่ยกเว้นความเป็นไปได้ที่จะเปิดการโจมตีทางทหารถ้าหากมาตรการเจรจาทางการทูตเกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์ของอิหร่านไม่สำเร็จ ส่วนทางฝ่ายอิหร่านนั้นก็ได้ตอบโต้ด้วยการกล่าวหาทั้งวอชิงตันและเทลอาวีฟว่ามีอาวุธที่มีอนุภาพการทำลายล้างสูงรวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์ไว้ในครอบครองและประกาศจะมุ่งเป้าไปยังอิสราเอลและผลประโยชน์อื่นๆทั่วโลก รวมไปถึงฐานทัพ32แห่งของสหรัฐในตะวันออกกลางและปิดช่องแคบฮอร์มุซถ้าสหรัฐหรืออิสราเอลเปิดการโจมตีอิหร่าน

ทั้งนี้ประชามติได้แสดงความเห็นว่าจากสถานการณ์ที่เป็นจริงนั้นก็สามารถยืนยันถึงน้ำหนักคำเตือนของอิหร่านได้เพราะถ้าหากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดก็จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของโลกเนื่องจากช่องแคบนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญที่สุดของโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบร้อยละ40ของทั่วโลกต้องผ่านเส้นทางดังกล่าวดังนั้นการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนจนก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงตามมา

ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับฝ่ายตะวันตกได้ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้เมื่อเตหะรานประกาศว่าสามารถยิงเครื่องบินสอดแนมไร้คนขับ RQ-170 ของสหรัฐตกในภาคตะวันออกของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวงของกองทัพสหรัฐ ส่วนเพนตากอนได้แสดงความกังวลว่าจะมีการผลิตเครื่องบินคล้ายกับRQ-170นอกดินแดนสหรัฐ ความขัดแย้งดังกล่าวยิ่งรุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีกเมื่อเตหะรานประกาศยื่นหนังสือต่อเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ องค์การความร่วมมือมุสลิมและขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดเพื่อคัดค้านการที่เครื่องบินของสหรัฐได้รุกล้ำน่านฟ้าประเทศตน พร้อมกันนั้นเมื่อวันที่25ธันวาคมอิหร่านยังได้ปัดปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐที่ว่าอิหร่านกำลังให้ที่หลบซ่อนแก่นาย ยาซิน อัล ซูรี สมาชิกของกลุ่มอัลกออิดะห์ที่สหรัฐตั้งรางวัลให้แก่ผู้แจ้งเบาะแส10ล้านเหรียญสหรัฐ ฝ่ายตะวันตกยังได้เพิ่มแรงกดดันในหลายด้านต่ออิหร่านโดยเมื่อไม่นานนี้กระทรวงการคลังสหรัฐได้คว่ำบาตรบริษัทขนส่งอีก10แห่งที่ทำการค้ากับบริษัทขนส่งทางทะเลอิหร่าน ส่วนบรรดาเจ้าหน้าที่การทูตของทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรปและพันธมิตรอื่นๆได้ร่วมหารือเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตอิหร่านซึ่งอาจจะรวมไปถึงคำสั่งคว่ำบาตรด้านน้ำมันจากอียูด้วย

เป็นอันว่า การแสวงหาทางออกให้แก่ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะนิวเคลียร์เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น โดยเหตุผลลึกๆก็คือประเทศตะวันตกอยากควบคุมสถานะยุทธศาสตร์ทางด้านภูมิศาสตร์ของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ยิ่งมีความร้อนแรงมากขึ้น./.

Anh Huyen-VOV5