รัฐบาลถือว่า ปี 2018 คือปีสำคัญในการปฏิบัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจ – สังคมระยะ5 ปี ตั้งแต่ปี 2016-2020

มติ 01 ระบุถึง 9 หน้าที่และมาตรการที่ต้องปฏิบัติเพื่อรักษาผลสำเร็จ เสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค ผลักดันกระบวนการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบและรูปแบบการขยายตัวเพื่อบรรลุการขยายตัวอย่างยั่งยืน

ส่งเสริมการผลิตประกอบธุรกิจและเสถียรภาพของนโยบายการเงิน

ความสำเร็จในปี 2017 มีส่วนร่วมไม่น้อยจากการผลิตและประกอบธุรกิจ ในปี 2018 ควบคู่กับการสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้แก่การพัฒนาของสถานประกอบการภาคเอกชน จำเป็นต้องผลักดันกิจกรรมส่งเสริมการค้าและสนับสนุนสถานประกอบการมากขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยหน่วยงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์ได้จัดกิจกรรมปฏิบัติโครงการพัฒนาตลาดภายในประเทศพร้อมกับการณรงค์ “ชาวเวียดนามให้ความสนใจใช้สินค้าเวียดนาม” ตั้งแต่บัตินี้ถึงปี 2020 พร้อมทั้งชี้นำให้จัดกิจกรรมเชื่อมโยงระหว่างอุปสงค์และอุปทานและปรับตลาดให้มีเสถียรภาพ กำหนดแนวทางให้สถานประกอบการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของสินค้า โดยก่อนอื่นต้องเน้นสินค้าการเกษตรที่จำเป็น แต่ก็ไม่ควรพลาดโอกาสการผสมผสานเข้ากับเศรษฐกิจโลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์เวียดนามให้ข้อสังเกตว่า “จำเป็นต้องผลักดันการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกในระยะต่อไป โดยเฉพาะขั้นตอนทางนิตินัยของการเจรจา การลงนามและการอนุมัติข้อตกลงการค้าเสรีที่สำคัญๆเพื่อให้เวียดนามมีศักยภาพใหม่ในการพัฒนา พร้อมทั้งอนุมัติการปฏิรูปในกรอบข้อตกลงฉบับเหล่านี้เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ ผลักดันการขยายตัวและการพัฒนา สร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่สถานประกอบการ ส่วนในการปฏิบัติคำมั่นต่างๆของการผสมผสาน จำเป็นต้องมีวิธีการเข้าถึงและการประสานงานระหว่างกระทรวงและหน่วยงานต่างๆอย่างพร้อมเพรียงกัน”

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค มีส่วนร่วมต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ รัฐบาลจะเน้นหารือถึงการบริหารนโยบายการเงิน นายเลก๊วกฮึง ผู้ว่าการธนาคารชาติเวียดนามเผยว่า “ปี 2018 ธนาคารชาติจะสนับสนุนองค์กรสินเชื่อผลักดันกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้เสีย แนะนำมาตรการปฏิรูปองค์กรสินเชื่อและยกระดับทักษะความสามารถด้านการเงิน คุณภาพและความโปร่งใสขององค์กรสินเชื่อให้สอดคล้องกับธรรมเนียมระหว่างประเทศและสถานการณ์ในเวียดนาม นอกจากนี้ ทางธนาคารฯจะผลักดันโครงการสินเชื่อที่ให้สิทธิพิเศษแก่การผลิตและประกอบธุรกิจ ส่งเสริมการกู้เงินเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและการทำเกษตรปลอดสารพิษ ผลักดันโครงการเชื่อมโยงระหว่างธนาคารกับสถานประกอบการ”

ใช้จุดแข็งของการท่องเที่ยว

ในปี 2017 หน่วยงานการท่องเที่ยวเวียดนามได้ประสบความสำเร็จที่น่าประทับใจ โดยสร้างสถิติต่างๆ เช่น ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเกือบ 13 ล้านคน ทำรายได้ประมาณ 2 หมื่น 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการย่างเข้าสู่ปี 2018 เครื่องหมายการค้าของการท่องเที่ยวเวียดนามถือเป็นจุดแข็งช่วยให้เวียดนามยกระดับสถานะและชื่อเสียงบนแผนที่การท่องเที่ยวโลก ดังนั้นจำเป็นต้องส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวมากขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยวเหงียนหงอกเทียนเผยว่า “ทางกระทรวงฯกำลังเน้นพัฒนาการท่องเที่ยวให้เป็นหน่วยงานเศรษฐกิจหลักและแปรกฎหมายการท่องเที่ยวฉบับแก้ไขเข้าสู่ชีวิต พยายามบรรลุเป้าหมายต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 15 ล้านคน พร้อมทั้งผลักดันและเปลี่ยนแปลงใหม่งานด้านการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกัน มีความหลากหลาย มีคุณภาพและเป็นมืออาชีพ แก้ไข 4 อุปสรรคด้านนโยบาย คือ อำนวยความสะดวกในการออกวีซ่า จัดกิจกรรมโปรโมชั่น เชื่อมโยงเส้นทางบินและการพัฒนาการให้บริการภาคพื้นดิน รวมทั้งจัดระเบียบการให้บริการในสถานที่ท่องเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สถานประกอบการและชุมชนพัฒนาการท่องเที่ยว”

ภายหลัง 1 ปีที่สามารถสร้างสถิติใหม่ๆ เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังย่างเข้าสู่ปี 2018 ด้วยโอกาสและความท้าทายต่างๆ แต่จากการเป็นฝ่ายรุกของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ คาดว่า เศรษฐกิจเวียดนามสามารถธำรงอัตราการขยายตัวและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้.