จากการสานต่อจิตใจของมติที่ 59 ปี 2025 ว่าด้วยการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก มติที่ 06 ถือเป็นก้าวพัฒนาที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับแนวคิดด้านการต่างประเทศของเวียดนาม โดยตั้งเป้าไว้ว่า จะพัฒนางานด้านการต่างประเทศในยุคใหม่ให้สมกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถานะของประเทศ
แนวทางใหญ่ของงานด้านการต่างประเทศ
ดร. เหงวียนห่งหาย ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย VinUniversity และรองศาสตราจารย์รับเชิญ-แห่งมหาวิทยาลัย Sunshine Coast ประเทศออสเตรเลีย เห็นว่า ในบทปราศรัยนี้ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ชี้ชัดถึง 5 แนวทางหลักของงานด้านการต่างประเทศและการทูตของเวียดนาม และ 4 ประเด็นสำคัญในการปฏิบัติ ซึ่งบทปราศรัยนี้ชี้นำกิจกรรมด้านการต่างประเทศของเวียดนามในเป้าหมายการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศตั้งแต่บัดนี้จนถึงปี 2045
" ความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ การพึ่งพาตนเองในการพัฒนา การยกระดับสถานะและ การมีส่วนร่วมอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นจุดเด่นใหม่เพื่อยกระดับสถานะของเวียดนาม แสดงให้เห็นถึงสถานะใหม่และความมุ่งมั่นใหม่ของประเทศภายหลัง 4 ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ และการพัฒนา เราพร้อมที่จะยกระดับสถานะของเวียดนามบนเวทีโลก การปฏิบัติเป้าหมายนี้ต้องอยู่ในภาพรวมและมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ไม่แยกออกจากกัน"
หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดที่เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ย้ำในบทปราศรัยดังกล่าวคือ งานด้านการต่างประเทศถูกกำหนดให้เป็นหน้าที่ที่สำคัญและต้องได้รับการปฏิบัติเป็นประจำ" มีความสำคัญเทียบเท่ากับงานด้านกลาโหมและความมั่นคง ดร. เหงวียนห่งหาย เห็นว่าการยกระดับนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำพรรคและรัฐ ในกฎเกณฑ์ของการพัฒนา งานด้านกลาโหมและความมั่นคงก็มีส่วนช่วยสนับสนุนงานต่างประเทศ และงานต่างประเทศก็มีส่วนร่วมสนับสนุนงานด้านกลาโหมและความมั่นคงเช่นกัน ดร. เหงวียนห่งหาย เผยว่า
"การวิเคราะห์และการชี้นำของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ไม่เพียงแต่มีความครอบคลุมเท่านั้น หากยังแสดงให้เห็นถึงแนวคิดและวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ต่องานด้านการต่างประเทศและการทูตในยุคใหม่ ประเด็นที่ผมประทับใจที่สุดคือ จิตใจแห่งความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์และการพึ่งพาตนเองของประเทศในสภาวการณ์ใหม่และยุคสมัยใหม่ ในสภาวการณ์ปัจจุบัน เราต้องระดมแหล่งพลังภายในเพื่อพัฒนาประเทศ การพึ่งพาตนเองไม่ได้หมายถึงการแยกตัวออกจากโลกและประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งเราต้องเชื่อมโยงและผสมผสานเข้ากับกระแสโลกให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เวียดนามเป็นส่วนหนึ่งและเป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบในเวทีการเมืองโลก เศรษฐกิจโลก และอารยธรรมของมนุษยชาติ"
การแข่งขันคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในบทปราศรัยดังกล่าว เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ชี้ชัดว่า การแข่งขัน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การตระหนักถึงลักษณะของการแข่งขันนี้จะช่วยชี้แจงแนวทางและวิธีการปฏิบัตินโยบายการต่างประเทศของเวียดนามให้ชัดเจนมากขึ้น
"เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ เพื่อพัฒนาและปกป้องประเทศ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ไม่สามารถแยกออกได้ พวกเราต้องเป็นฝ่ายรุกในการปฏิบัติ มีส่วนร่วมต่อการสร้างสรรค์และกำหนดกฎต่างๆ จัดทำกลไกเพื่อค้ำประกันการปฏิบัติกฎดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อค้ำประกันผลประโยชน์ของชาติและประชาชน ดังนั้น ผมเห็นว่านี่คือวิธีการเข้าถึงที่ถูกต้อง ก้าวเดินที่ถูกต้อง และการเปลี่ยนแปลงแนวคิดนี้จะช่วยผลักดันการปฏิบัติเป้าหมายต่างๆของประเทศที่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ได้กำหนดไว้ ซึ่งสอดคล้องกับกฎร่วมคือ การพัฒนาเพื่อปกป้องประเทศ และหากต้องการปกป้องประเทศก็ต้องพัฒนา"
บทปราศรัยของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ใหม่เกี่ยวกับงานด้านการต่างประเทศของเวียดนามในศักราชใหม่ การต่างประเทศไม่เพียงแต่เป็นวิธีการปกป้องผลประโยชน์ของชาติเท่านั้น หากยังเป็นกองกำลังเดินหน้าในการสร้างบรรยากาศแห่งสันติภาพ เปิดพื้นที่แห่งการพัฒนา ยกระดับสถานะของประเทศ และมีส่วนร่วมในการกำหนดกฎเกณฑ์ของโลก.
