เราขอเริ่มรายการตอบจดหมายคุณผู้ฟังสัปดาห์นี้ด้วยจดหมายและอีเมล์จากคุณผู้ฟังที่ส่งมายังส่วนกระจายเสียงต่างประเทศในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่เราเผยแพร่ข่าวและบทความเกี่ยวกับกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเวียดนาม-ไทยซึ่งตรงกับวันที่ 6 สิงหาคม เช่น นิทรรศการภาพถ่าย “มุมมองทางการทูต: 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม” และบทความ “ผู้ที่มีส่วนร่วมเปิดโลกทัศน์เกี่ยวกับเวียดนามผ่านบทเรียนภาษาเวียดนาม” ผู้ฟังหลายท่านได้แสดงความสนใจต่อกิจกรรมเหล่านี้ และนำไปแชร์ต่อบนแฟนเพจต่าง ๆ ที่แนะนำเกี่ยวกับประเทศเวียดนาม
คุณ Muhammad Aqeel Bashir จากปากีสถาน เขียนว่า “ขอแสดงความยินดีกับประชาชนและรัฐบาลไทยและเวียดนาม เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับนิทรรศการภาพถ่าย “มุมมองทางการทูต: 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม” กิจกรรมสำคัญนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีเพื่อยกย่องมิตรภาพ ความไว้วางใจ ความร่วมมือ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับเวียดนาม นิทรรศการได้ถ่ายทอดพัฒนาการอันโดดเด่นของความสัมพันธ์ทวิภาคีตลอดระยะเวลา 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ผ่านภาพถ่ายอันทรงคุณค่าที่บันทึกการเสด็จเยือนของพระบรมวงศานุวงศ์ การเยือนระดับสูง การแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการ การทูตเชิงวัฒนธรรม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ถึงเหตุการณ์สำคัญที่ร่วมกันสร้างรากฐานของความเป็นหุ้นส่วนอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและเวียดนาม ผมชอบเป็นพิเศษที่นิทรรศการไม่ได้เพียงหวนมองประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังนำเสนอความหวังต่ออนาคตที่สดใสยิ่งขึ้น ภาพถ่ายที่จัดแสดงในงานได้เปิดโอกาสอันยอดเยี่ยมให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสถึงมิตรภาพอันอบอุ่นระหว่างสองประเทศ บทเรียนที่มีค่าจากช่วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมาจะช่วยให้ไทยและเวียดนามกระชับมิตรภาพให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอีก 50 ปีข้างหน้าได้อย่างไร?”
เราขอขอบคุณคุณ Muhammad Aqeel Bashir ที่ส่งคำอวยพรและความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อความสัมพันธ์เวียดนาม-ไทย เมื่อหวนมองตลอดระยะเวลา 50 ปี บทเรียนที่มีค่าที่สุดคือความไว้วางใจ ความเคารพและความจริงใจระหว่างสองประเทศ บนพื้นฐานดังกล่าว ความสัมพันธ์เวียดนาม-ไทยได้พัฒนาอย่างลึกซึ้งและเป็นรูปธรรมมากขึ้นในหลายด้าน ในอีก 50 ปีข้างหน้า ทั้งสองประเทศควรเดินหน้ากระชับความไว้วางใจ ผลักดันความร่วมมือและร่วมกันแบ่งปันโอกาสในการพัฒนา โดยเฉพาะ ควรส่งเสริมความร่วมมือในด้านใหม่ ๆ เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล นวัตกรรมและการพัฒนาสีเขียว ทั้งสองประเทศควรส่งเสริมบทบาทที่กระตือรือร้นในอาเซียน ร่วมกันสร้างภูมิภาคที่มีสันติภาพ เสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรือง การแลกเปลี่ยนระดับประชาชน วัฒนธรรมและการศึกษาจะยังคงเป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการทำนุบำรุงมิตรภาพ โดยเฉพาะ คนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกองกำลังสำคัญในการสานต่อและผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ก้าวไกลยิ่งขึ้นในอนาคต บนพื้นฐานที่มั่นคงที่ได้รับการทำนุบำรุง เวียดนามและไทยมีเงื่อนไขที่สะดวกอย่างมากในการเปิดเส้นทางความร่วมมือใหม่ และนี่จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้มิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอีก 50 ปีข้างหน้า
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากคุณผู้ฟังคือกิจกรรมรำลึกครบรอบ 79 ปีวันทหารทุพพลภาพและพลีชีพเพื่อชาติ 27 กรกฎาคม ซึ่งจัดขึ้นทั่วประเทศเวียดนาม ตั้งแต่แผ่นดินใหญ่ไปจนถึงพื้นที่เกาะแก่ง โดยมีประชาชนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความซาบซึ้งใจต่อทั้งผู้เข้าร่วมงานและคุณผู้ฟัง ที่น่าสนใจคืองานรำลึกถึงวีรชนทหารพลีชีพเพื่อชาติ โดยเมื่อเวลา 05.00 น. ของเช้าวันที่ 27 กรกฎาคม เสียงระฆังและกลองดังขึ้นพร้อมกันจากวัดและศาสนสถานทั่วทุกหมู่บ้าน เขตชุมชน รวมถึงในเขตชายแดนและหมู่เกาะของ 34 จังหวัดและนครทั่วประเทศเพื่อรำลึกและแสดงความสำนึกในบุญคุณต่อบรรดาวีรชนทหารพลีชีพเพื่อชาติและอุทิศส่วนกุศลแก่ดวงวิญญาณของผู้เสียสละ นี่เป็นปีแรกที่พุทธสมาคมเวียดนามจัดงานสวดอุทิศส่วนกุศลแด่ดวงวิญญาณวีรชนทหารพลีชีพเพื่อชาติในโอกาสครบรอบ 79 ปีวันทหารทุพพลภาพและพลีชีพเพื่อชาติ 27 กรกฎาคม
ก่อนหน้านั้น เมื่อค่ำวันที่ 26 กรกฎาคม สถานีโทรทัศน์เวียดนามได้ประสานกับคณะกรรมการประชาชนกรุงฮานอย นครโฮจิมินห์ จังหวัดเตวียนกวางและจังหวัดกว๋างจิจัดรายการ “แสงดาวนำทาง” รายการได้ถ่ายทอดกิจกรรมแสดงความสำนึกในบุญคุณต่อวีรชน ทหารพลีชีพเพื่อชาติ พร้อมทั้งยกย่องกองกำลังต่างๆ ที่กำลังปฏิบัติภารกิจค้นหา รวบรวม และระบุข้อมูลของอัฐิทหารพลีชีพเพื่อชาติ รายการได้เชื่อมโยงสถานที่ 4 แห่ง ได้แก่ อนุสาวรีย์รำลึกวีรชน ทหารพลีชีพเพื่อชาติ ในตำบลแทงถวี จังหวัดเตวียนกวาง อนุสาวรีย์บั๊กเซินในกรุงฮานอย สุสานทหารพลีชีพเพื่อชาติแห่งชาติทางหลวงหมายเลข 9 จังหวัดกว๋างจิและสวนสาธารณะเลถิเรียง ในนครโฮจิมินห์ เนื้อหาหลักของรายการคือกระบวนการของ “ปฏิบัติการ 500 วันคืนเร่งค้นหา รวบรวม และระบุข้อมูลของอัฐิทหารพลีชีพเพื่อชาติ” ซึ่งนี่เป็นคำถามที่คุณผู้ฟัง Somchai ส่งมายังรายการของเรา โดยอยากแนะนำวิธีการที่รัฐบาลเวียดนามกำลังดำเนินการเพื่อค้นหาอัฐิทหารพลีชีพเพื่อชาติที่ประสิทธิภาพในปัจจุบัน
จุดเด่นของปฏิบัติการ 500 วันคืนเร่งค้นหา รวบรวม และระบุข้อมูลของอัฐิทหารพลีชีพเพื่อชาติคือการผสานวิธีการค้นหาและตรวจสอบข้อมูลแบบดั้งเดิมกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและฐานข้อมูลดิจิทัล สำหรับอัฐิที่ยังไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ การเก็บตัวอย่างจากอัฐิและตัวอย่างชีวภาพจากญาติของทหารพลีชีพเพื่อชาติเพื่อนำไปตรวจ DNA ถือเป็นแนวทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ ที่น่าสนใจคือ เวียดนามกำลังประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมยุคใหม่ ซึ่งช่วยให้การระบุข้อมูลของอัฐิทหารพลีชีพเพื่อชาติทำได้ง่ายขึ้น ในสภาวการณ์มุ่งสู่ครบรอบ 80 ปีวันทหารทุพพลภาพและพลีชีพเพื่อชาติในปี 2027 ปฏิบัติการนี้ได้รับการถือว่า เป็นเส้นทาง “พาทหารพลีชีพเพื่อชาติกลับบ้าน” ไม่เพียงกลับคืนสู่แผ่นดินแม่เท่านั้น แต่ยังสามารถระบุชื่อ ได้กลับคืนสู่ครอบครัวและความทรงจำของชาติอีกด้วย
