เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนกระจายเสียงต่างประเทศได้รับอีเมล์และคอมเมนต์จากผู้ฟังรวม 404 ฉบับจาก 34 ประเทศและดินแดน โดยรายการภาคภาษาไทยได้รับอีเมล์และคอมเมนต์ 15 ฉบับ

สัปดาห์นี้ เหตุการณ์สำคัญที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากจากคุณผู้ฟังคือการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคมของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม การเยือนครั้งนี้ได้รับการคาดหวังว่า จะเปิดนิมิตหมายในยุทธศาสตร์ใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับไทย โดยอาจารย์ เกษม ทั่งทอง เขียนว่า “Welcome to Thailand ยินดีต้อนรับเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เดินทางมาเยือนประเทศไทย” ส่วนคุณ มูฮัมหมัด อะกีล บาชีร์ จากประเทศอินเดีย เขียนว่า “ผมขอขอบคุณผู้จัดทำรายการภาคภาษาไทยของสถานีวิทยุเวียดนามที่ได้ส่งข่าวเกี่ยวกับการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ผมติดตามและให้ความสนใจข่าวและรายการภาคภาษาไทยของสถานีวิทยุเวียดนามเป็นประจำ ข้อมูลอัพเดทมีประโยชน์ มีคุณภาพสูง และมีคุณค่าอย่างยิ่ง ผมขอส่งความปรารถนาดีถึงผู้จัดทำรายการภาคภาษาไทยทุกท่าน และหวังว่า ทุกท่านจะเดินหน้าส่งเสริมผลงานที่ได้บรรลุ”

การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากสื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วนและภูมิภาค การเยือนครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายสำคัญเนื่องในโอกาสที่ทั้งสองประเทศฉลองครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2026 เราหวังว่าจะได้รับความคิดเห็นจากคุณผู้ฟังต่อไปหลังจากการเยือนครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม

ลำดับต่อไป เราขอทบทวนจดหมายและอีเมล์ของคุณผู้ฟังที่ส่งมายังรายการในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่ะ คุณ Siddhartha จากประเทศอินเดียส่งอีเมล์ถึงเราโดยนอกจากขอรับของที่ระลึกจากวีโอวีแล้ว ยังขอได้แนะนำเกี่ยวกับเนื้อหาที่น่าสนใจต่างๆ โดยเขียนว่า “เวียดนามจัดกิจกรรมรำลึกวันธาลัสซีเมียโลก 8 พฤษภาคมไหม? เวียดนามมีผู้ป่วยธาลัสซีเมียกี่คน? รัฐบาลเวียดนามปฏิบัติมาตรการอะไรบ้างเพื่อป้องกันโรคนี้? วันธาลัสซีเมียโลก 8 พฤษภาคม ได้รับการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อรณรงค์ให้สังคมสนใจผู้ป่วยธาลัสซีเมียและพ่อแม่ของพวกเขา ผู้ซึ่งไม่เคยสิ้นหวังในชีวิตแม้จะต้องประสบความยากลำบากในการรับมือโรคนี้ วันธาลัสซีเมียโลกยังเป็นโอกาสเพื่อให้กำลังใจผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย” นอกจากนี้ คุณ Siddhartha ยังขอข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมรำลึกวันกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงโลก 8 พฤษภาคมในเวียดนาม วันก่อตั้งสภากาชาดเวียดนามและสภากาชาดสาขาต่างๆในเวียดนาม

ที่เวียดนามก็จัดกิจกรรมรำลึกวันธาลัสซีเมียโลก 8 พฤษภาคม ปัจจุบัน ที่เวียดนามมีผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียกว่า 12 ล้านคน โดยผู้ป่วยอาการหนักกว่า 20,000 คนที่ต้องได้รับการรักษาตลอดชีวิต ทุกปี มีทารกที่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียประมาณ 8,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นทารกอาการหนักประมาณ 2,000 คน และประมาณ 800 คนเสียชีวิตในครรภ์เนื่องจากภาวะบวมน้ำในทารกในครรภ์ ผู้ป่วยและผู้ที่เป็นพาหะของยีนนี้พบได้ในทั่วประเทศ

นี่เป็นโรคทางพันธุกรรม แต่สามารถป้องกันได้ กุญแจสำคัญในการลดภาระของโรคนี้ต่อคนรุ่นหลังคือการตรวจคัดกรองและควรตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมียก่อนแต่งงาน หลีกเลี่ยงการแต่งงานในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีและการแต่งงานในหมู่เครือญาติ ดำเนินการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคในครรภ์และหลังคลอดตามการแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข และสิ่งที่สำคัญคือ ส่งเสริมความตระหนักและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้ในชุมชน

สำหรับคำถามเรื่องสภากาชาด ที่เวียดนามมีการจัดกิจกรรมรำลึกวันกาชาดและเสี้ยววงเดือนแดงโลก 8 พฤษภาคมเป็นประจำทุกปี สภากาชาดเวียดนามก่อตั้งโดยประธานโฮจิมินห์เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายนปี 1946 และท่านเป็นประธานกิตติมศักดิ์คนแรก ปัจจุบัน สภากาชาดเวียดนามมีสาขาในทุกจังหวัดและนครทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เรายังได้รับอีเมล์จากอาจารย์ เกษม ทั่งทอง โดยเขียนว่า “สวัสดีครับผู้จัดทำรายการภาคภาษาไทยทุกท่าน ที่เมืองไทย ระหว่างวันที่ 25 ถึง 29 พฤษภาคม เปิดให้คนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปและเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินสวัสดิการ มีจำนวนกว่า 30 ล้านคน ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” รับสิทธิ์ช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน รวมเป็นเงิน 4,000 บาท เริ่มโครงการตั้งแต่มิถุนายน ถึง กันยายน กำหนดให้ซื้อสินค้า 100 บาทรัฐจ่ายให้ 60 บาท ประชาชนจ่าย 40 บาท กติกาให้ซื้อไม่เกิน 200 บาทต่อวัน ถ้าจ่ายไม่หมดจะถูกตัดยอดเดือนนั้นไปเลย แล้วเริ่มนับยอดเดือนใหม่ ปรากฏว่าวันที่ 25 วันเดียวมีคนสมัครร่วมโครงการมากกว่า 23 ล้านคนไปแล้ว คาดว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ เดิมเป็นโครงการ “คนละครึ่ง” ที่มีคนเรียกร้องให้มีอีก ผมไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ มีแต่ลูกสาวคนหนึ่งแกใช้สิทธิ์ร่วมโครงการเกือบทุกครั้งที่รัฐจัดขึ้น ที่เวียดนามมีโครงการแบบนี้เหมือนเมืองไทยไหมครับ?”

ที่เวียดนาม แม้ว่าจะยังไม่มีโครงการที่คล้ายคลึงกับโครงการดังกล่าวของไทย แต่ก็มีนโยบายมากมายที่ให้การสนับสนุนประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ เช่น ในช่วงวิกฤตโควิด-19 รัฐบาลเวียดนามได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่แรงงาน ครอบครัวยากจน ผู้ว่างงานและกลุ่มเปราะบาง รวมถึงโครงการลดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT รักษาเสถียรภาพราคา อุดหนุนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย และกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มการบริโภคภายในประเทศ ในหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามยังได้เพิ่มกิจกรรมเพื่อปกป้องสิทธิผู้บริโภคและส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศผ่านโครงการระดับชาติ เราขอขอบคุณอาจารย์ เกษม ทั่งทอง ที่ส่งคำถามที่น่าสนใจถึงผู้จัดทำรายการ ซึ่งทำให้เรามีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายสวัสดิการสังคมและการกระตุ้นการบริโภคของประเทศไทย....