ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนกระจายเสียงต่างประเทศได้รับอีเมล์และคอมเมนต์จากผู้ฟังรวม 447 ฉบับจาก 34 ประเทศและดินแดน โดยรายการภาคภาษาไทยได้รับอีเมล์และคอมเมนต์ 30 ฉบับ
ในประเด็นการศึกษาผู้ฟัสนใจข่าวการประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี หรือ PMCA ครั้งที่ 6 และ การประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ “การเสริมพลังครูสู่อนาคต: การสร้างสมดุมระหว่างทักษะพื้นฐาน ความเป็นมนุษย์ และสมรรถนะด้าน AI” โดยหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจคือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสอน Show & Share โดยครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีปี 2025 จาก 14 ประเทศ ประกอบด้วย 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน บังกลาเทศ ภูฏาน และมองโกเลีย
สำหรับการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 4 หรือ AFE 2026 ในระหว่างวันที่ 23–24 ตุลาคม ภายใต้หัวข้อ “Designing Tomorrow’s Equity: Equitable Solutions for Out-of-School Children and Youth by 2030 and Beyond” ซึ่งมุ่งออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา และพัฒนาระบบการศึกษาที่มีความเสมอภาค ครอบคลุม และยืดหยุ่น โดยได้รับความสนใจจากหลากหลายภาคส่วน มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ เช่น ผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญ นักการศึกษา เยาวชน และภาคีเครือข่ายพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equitable Education Alliance: EEA) จากทั่วภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการขับเคลื่อน โดยเน้นการเชื่อมโยงนโยบาย ข้อมูล การจัดสรรทรัพยากร และการปฏิบัติเพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และสำเร็จการศึกษาได้ตามศักยภาพ ซึ่งผู้แทนของเวียดนามคือนาง ท้ายกวิ่งเฟือง รองประธานสมาคมคนหูหนวกกรุงฮานอย และสมาชิกที่มีบทบาทอย่างเข้มแข็งของสมาคมการศึกษาเพื่อปวงชนแห่งเวียดนามเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการศึกษาแบบเรียนรวม และการค้ำประกันให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม
อีกหนึ่งไฮไลต์ของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างเวียดนามกับไทยในเดือนตุลาคม คือการเข้าร่วมของนักออกแบบชาวเวียดนาม เลถิลานเฮือง ในงานนิทรรศการไหมไทยสู่สากล ซึ่งนำผ้าไหมไทยเชื่อมโยงงานออกแบบจากดีไซเนอร์นานาชาติกว่า 100 ประเทศ ถ่ายทอดอัตลักษณ์และวัฒนธรรมที่แตกต่างผ่านผลงานแฟชั่นร่วมสมัย เนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2026 พร้อมนำเสนอทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติ โดยการเข้าร่วมของนักออกแบบเวียดนามครั้งนี้ไม่เพียงมีส่วนช่วยยกย่องคุณค่าของผ้าไหมไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของแฟชั่นและศิลปหัตถกรรมในการเชื่อมโยงผู้คน เชื่อมโยงชุมชนศิลปะสองประเทศ
ต่อไปนี้เราขอตอบคำถามของอาจารย์เกษมเกี่ยวกับเรื่องการสะสมสแตมป์ในเวียดนามครัยบ โดยอาจารย์ Kasem Tangtong ส่งอีเมลมาบอกว่า “สวัสดีครับผู้จัดทำรายการภาคภาษาไทยทุกท่าน จากรายการตอบจดหมายท่านผู้ฟังสัปดาห์ก่อน มีผู้ฟังจากปากีสถานท่านหนึ่งขอแสตมป์เวียดนามเพื่อการสะสม แล้วอดคิดถึงเมื่อครั้งติดต่อกับทางสถานีวิทยุเวียดนามเมื่อหลายปีก่อนทางจดหมาย ตอนนั้นการเขียนจดหมายไปต่างประเทศจะต้องติดแสตมป์เท่าราคาค่าส่ง เช่น 10 บาท จะใช้แสตมป์ราคา 2 บาทจำนวน5 ดวงติดซองจดหมายแล้วส่งไปรษณีย์ จากนั้นรอการตอบกลับจากเวียดนาม ใช้เวลานานนับเดือน จึงจะได้รับจดหมาย ที่มีการติดแสตมป์เวียดนามบนซองจดหมาย ซึ่งผมจะเก็บสะสมไว้ในอัลบั้มสะสมแสตมป์ต่างประเทศ ร่วมกับแสตมป์ต่างประเทศที่ผมสะสมอยู่แล้ว ต่อมาไปรษณีย์ไทยเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทแล้วแสตมป์ที่ใช้ในการส่งจดหมายก็เปลี่ยนไปเป็นแบบสติกเกอร์ 1 ดวงพร้อมกำหนดได้หลายราคาไม่ต้องติดแสตมป์หลายดวงเหมือนแต่ก่อน ทำให้เพื่อนต่างประเทศไม่ยอมรับและขาดการติดต่อในที่สุดทำให้ผมเลิกสะสมแสตมป์ต่างประเทศไปด้วยปัจจุบันเปลี่ยนเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องติดแสตมป์ไม่ต้องส่งไปรษณีย์ก็ส่งได้ ดังนั้น แสตมป์ไทยสวยๆหลายแบบไม่มีจำหน่ายเหมือนเมื่อก่อน ที่ไปรษณีย์ก็มีขายบางราคาเท่านั้นเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกันก็เลิกสะสมแสตมป์กันแล้ว ส่งข่าวถามไถ่ทางออนไลน์แทนแล้วการสะสมแสตมป์ทางเวียดนามเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างครับ“
ก็ขอขอบคุณอาจารย์ Kasem Tangtong เป็นอย่างที่มากที่ได้แบ่งปันความทรงจำอันน่าประทับใจเกี่ยวกับการติดต่อทางจดหมายกับสถานีวิทยุเวียดนามในอดีต ตลอดจนเรื่องราวความผูกพันกับการสะสมแสตมป์ ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่มีคุณค่าทั้งในด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และการแลกเปลี่ยนมิตรภาพระหว่างประเทศ สำหรับการสะสมแสตมป์ในเวียดนามนั้น แม้ว่าในปัจจุบันการติดต่อสื่อสารทางไปรษณีย์จะลดบทบาทลง เนื่องจากผู้คนหันมาใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์และช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่ในเวียดนามก็ยังคงมีการออกแสตมป์ไปรษณีย์และมีการจัดกิจกรรมสะสมแสตมป์เรื่อย ๆ
ปัจจุบัน บริษัทแสตมป์เวียดนาม (Vietnam Stamps Company) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดบริษัทไปรษณีย์เวียดนาม ยังคงดำเนินการจัดจำหน่ายแสตมป์และผลิตภัณฑ์สำหรับนักสะสมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแสตมป์หลากหลายรูปแบบ เช่น แสตมป์ที่ระลึก แสตมป์ตามหัวข้อเฉพาะ ซองวันแรกจำหน่าย (First Day Cover) และบัตรภาพที่มีแสตมป์ประกอบ (Maxicard) รวมถึงอัลบั้มและอุปกรณ์สำหรับเก็บรักษาแสตมป์
นอกจากนี้ เวียดนามยังคงมีการออกแสตมป์ชุดใหม่เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญ ตลอดจนสะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และความสำเร็จด้านต่าง ๆ ของประเทศ ตัวอย่างเช่น ในปี 2025 เวียดนามได้ออกแสตมป์ชุดพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีวันชาติเวียดนาม
ขณะเดียวกัน กิจกรรมส่งเสริมการสะสมแสตมป์ก็ยังคงได้รับการสืบสาน โดยบริษัทไปรษณีย์เวียดนามร่วมกับสมาคมแสตมป์เวียดนามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรมและการประกวดสะสมแสตมป์สำหรับเยาวชน เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความภาคภูมิใจในชาติผ่านภาพบนดวงแสตมป์
นอกจากนี้หากผู้ที่สนใจสะสมแสตมป์สามารถค้นหาข้อมูลและสั่งซื้อผลิตภัณฑ์แสตมป์ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทแสตมป์เวียดนามได้ที่ www.vietnamstamp.com.vn ซึ่งช่วยให้ผู้สะสมทั้งในเวียดนามและต่างประเทศเข้าถึงแสตมป์เวียดนามได้สะดวกยิ่งขึ้น...
