โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนกระจายเสียงต่างประเทศได้รับอีเมล์และคอมเมนต์จากผู้ฟังรวม 395 ฉบับจาก 35 ประเทศและดินแดน โดยรายการภาคภาษาไทยได้รับอีเมล์และคอมเมนต์ 10 ฉบับ

ช่วงต้นเดือนกันยายนของทุกปีมักนำบรรยากาศที่พิเศษมาสู่เวียดนาม นั่นคือบรรยากาศของช่วงฤดูใบไม้ร่วงแห่งประวัติศาสตร์ เมื่อประชาชนทั่วประเทศต่างมุ่งใจสู่วันชาติเวียดนาม 2 กันยายน และเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น นักเรียนหลายล้านคนก็จะกลับเข้าสู่ปีการศึกษาใหม่อย่างคึกคักในวันเปิดเทอมปีการศึกษา 5 กันยายน ซึ่งในช่วงเวลาอันพิเศษนี้ พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับจดหมายจากผู้ฟังชาวไทยที่ส่งมายังรายการเพื่อแบ่งปันความคิดเห็น ความรู้สึก และเรื่องราวความทรงจำเกี่ยวกับเวียดนาม

วันนี้ ขอเริ่มต้นด้วยจดหมายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นจากคุณ จรัลนัดดา จรูญโรจน์ โดยเธอได้บอกว่า “วันที่เขียนอีเมล์ฉบับนี้ตรงกับวันชาติเวียดนามพอดี ระลึกถึงวันที่ 2 กันยายน ค.ศ.1945 ก็ขอให้ผู้จัดและทีมงานทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ขอให้เวียดนามเป็นมิตรประเทศที่ดีของไทยต่อไป พูดถึงเวียดนามแล้ว ดิฉันก็หวังว่าจะได้ไปเที่ยวเวียดนามอีก หลังจากเคยไปโฮจิมินห์ ซิตี้ เมื่อหลายปีก่อน อีกเรื่องที่จะขอพูดถึงคือต้องขอโทษที่ไม่ได้เขียนมาทักทายเสียนาน ด้วยวุ่นวายกับอะไรหลายอย่าง ตอนนี้ดิฉันเพิ่งลงเรียนปริญญาตรีใบที่ 2 ก็กำลังเครียดเหมือนกันค่ะ เพราะเผลอแป๊บเดียว เดือนหน้าก็จะสอบแแล้ว ยังไม่ได้อ่านหนังสือเท่าไหร่เลยค่ะ มาเรียนกฎหมายอีกทีก็ท้าทายดีค่ะ ไว้ดิฉันจะเขียนมาทักทายอีกนะคะ รัก VOV”

ก็ต้องขอขอบคุณคุณจรัลนัดดา จรูญโรจน์ เป็นอย่างยิ่ง สำหรับความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อเวียดนามและรายการภาคภาษาไทยของสถานีวิทยุเวียดนาม เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ คุณจรัลนัดดา จรูญโรจน์ จะได้มีโอกาสกลับมาเยือนเวียดนามอีกครั้ง และแน่นอนว่า พวกเราก็หวังว่าจะได้รับจดหมายจากคุณจรัลนัดดา จรูญโรจน์ อีกในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเล่าให้พวกเราฟังด้วยนะคะว่า การเรียนวิชากฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง

ลำดับต่อไป เป็นจดหมายจากแฟนพันธุ์แท้ของรายการ โดยอาจารย์ เกษม ทั่งทอง เขียนว่า “สวัสดีครับผู้จัดทำรายการภาคภาษาไทยทุกท่าน วันก่อนไปร้านสะดวกซื้อเพื่อหาชาผงสำเร็จแบบซอง บังเอิญไปเจอชาLipton Yellow Label อยู่ในชั้นวางสินค้า เป็นชนิดบรรจุ 10 ซอง ปกติจะเป็น 25 หรือ 100ซอง เลยซื้อมา 1 กล่อง เมื่อมาถึงบ้านแล้วสะดุดตัวหนังสือบนกล่องมีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและภาษาเวียดนาม มีคำว่า “TRA DEN TRA TUI LOC” และแหล่งผลิตคือ ประเทศเวียดนาม เป็นสินค้านำเข้า ก่อนหน้านี้ผมซื้อผลิตที่ ประเทศอินโดนีเซีย แสดงว่าการค้าขายระหว่างประเทศไทยและเวียดนามมีสินค้าหลากหลาย ทั้งสินค้าการเกษตร สินค้าแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรม ผมเคยซื้อปริ๊นท์เตอร์ และหูฟังโทรศัพท์มือถือ Made in Vietnam โดยไม่ทราบว่าผลิตที่นี่ เพราะเป็นชื่อยี่ห้อสากลแต่โรงงานผลิตที่เวียดนาม สินค้าต่างประเทศที่จำหน่ายในไทยจะต้องมีฉลากภาษาไทยถึงจะวางจำหน่ายได้ ถ้าไม่มีจะถือว่าเป็นสินค้าเถื่อนหรือเป็นสินค้าปลอม ผิดกฎหมายจะถูกตรวจยึดและเปรียบเทียบปรับ แล้วสินค้าต่างประเทศที่จำหน่ายในเวียดนามมีข้อบังคับเหมือนเมืองไทยไหมครับ”

ผมขอตอบคำถามของอาจารย์ เกษม ทั่งทอง ว่า มีครับ โดยสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศและนำไปวางจำหน่ายในตลาดเวียดนาม จะต้องมีฉลากภาษาเวียดนาม อย่างไรก็ตาม กฎหมายเวียดนามไม่ได้กำหนดให้ฉลากเดิมของสินค้านำเข้าจะต้องพิมพ์เป็นภาษาเวียดนามตั้งแต่ประเทศต้นทาง ซึ่งในขั้นตอนการดำเนินพิธีการศุลกากร ฉลากเดิมของสินค้าอาจเป็นภาษาต่างประเทศได้ แต่หลังจากผ่านพิธีการศุลกากรแล้ว และก่อนที่จะนำสินค้าวางจำหน่ายในตลาดเวียดนาม ผู้นำเข้าจะต้องจัดทำฉลากภาษาเวียดนามเพิ่มเติม โดยต้องระบุข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด

คุณผู้ฟังได้ฟังตอนแรกของพอดแคสต์ “เวียดนาม 1001 เรื่อง” ของเราที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมหรือยังคะ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกรุงฮานอยมุ่งสู่การพัฒนาเป็น “เมืองแห่งประสบการณ์ทางวัฒนธรรมยามค่ำคืน”

พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความคิดเห็นและเสียงตอบรับจากท่านผู้ฟังเกี่ยวกับรายการใหม่ที่น่าสนใจนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานที่สถานีวิทยุเวียดนามตั้งใจสร้างสรรค์และพัฒนาอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ท่านผู้ฟังสามารถแนะนำหัวข้อหรือเรื่องราวเกี่ยวกับเวียดนามที่ท่านสนใจและอยากศึกษามากขึ้น ซึ่งพวกเราจะแนะนำเรื่องราวที่น่าสนใจเหล่านั้นมาถ่ายทอดเป็นพอดแคสต์ที่มีชีวิตชีวานะคะ...