ชมรม FPTU Muay Club ได้รับการก่อตั้งเมื่อเดือนมีนาคมปี 2019 ตามความคิดริเริ่มของอาจารย์ เจิ่นมิงฟู้และเหงวียนวันเอียน (Photo: FPTU Muay Club)

เวลา 17.50 น.ที่สนามฝึกมวยของสโมสร FPTU Muay Club ในมหาวิทยาลัยเอฟพีทีที่อยู่ห่างจากใจกลางกรุงฮานอยประมาณ 40 กิโลเมตรมีสมาชิกชมรมเป็นจำนวนมาก สนามมวยที่นี่มีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตร มีหลังคาและปูพื้นด้วยโฟมเพื่อความปลอดภัยของผู้ฝึก นาย เหงวียนดวานหุ่ง นักศึกษาคณะการตลาดของมหาวิทยาลัยเอฟพีที ซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ของชมรมมักจะมาถึงก่อนเวลาเพื่อทบทวนฝึกท่าเตะที่อาจารย์สอน สำหรับนาย ฝุ่ง การฝึกมวยไทยเป็นช่วงเวลาที่ตัวเขาชอบเป็นพิเศษ นาย เหงวียนดวานฝุ่งกล่าวถึงการเข้าร่วมชมรมมวยไทยว่า

“มหาวิทยาลัยของผมมีชมรมศิลปะการต่อสู้หลายชมรมแต่ผมชอบมวยไทยมานานแล้วตั้งแต่สมัยเรียนม.5 และผมบอกกับตัวเองว่า ถ้าสอบติดมหาวิทยาลัย ผมจะสมัครเข้าชมรมมวยไทยและโชคดีที่มหาวิทยาลัยของผมมีชมรมมวยไทย ผมชอบมวยไทยเพราะเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีความได้เปรียบกว่าศิลปะการต่อสู้อื่นๆ”

ชมรม FPTU Muay Club ได้รับการก่อตั้งเมื่อเดือนมีนาคมปี 2019ตามความคิดริเริ่มของอาจารย์ เจิ่นมิงฟู้และเหงวียนวันเอียน อาจารย์ของมหาวิทยาลัยเอฟพีที ในช่วงแรก ชมรมมีสมาชิก7 -8คนเท่านั้นและจนถึงขณะนี้ มีสมาชิกกว่า 60 คน อาจารย์ เจิ่นมิงฟู้ได้กล่าวถึงความคิดริเริ่มเกี่ยวกับการจัดตั้งสโมสรว่า

“แนวทางของมหาวิทยาลัยเอฟพีทีคือเพิ่มทักษะความสามารถให้แก่นักศึกษา นอกจากการเรียนมวยโววีนัม ซึ่งเป็นวิชาหลักในหลักสูตรแล้ว พวกเราก็อยากให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมและศิลปะการต่อสู้ของประเทศอื่นๆด้วย โดยเฉพาะ ประเทศอาเซียน ดังนั้น พวกเราจึงตั้งชมรมมวยไทย นี่เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีลีลาท่าทางสวยงามและมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน”

FPTU Muay Club ไม่ได้มีแค่นักศึกษาชายเข้าร่วมเท่านั้นหากนักศึกษาหญิงก็เข้าร่วมด้วย (Photo: FPTU Muaythai)

การเรียนมวยไทยมีขึ้นทุกๆวันอังคารและวันพฤหัสบดี การฝึกมวยไทยช่วยให้ผู้เรียน มีสุขภาพแข็งแรงและรู้จักวิธีป้องกันตัว ดังนั้น FPTU Muay Club จึงไม่ได้มีแค่นักศึกษาชายเข้าร่วมเท่านั้นหากนักศึกษาหญิงก็เข้าร่วมด้วย นางสาว เหงวียนถิกีมแอง สมาชิกสโมสรฯได้เผยว่า

“ดิฉันฝึกมวยไทยตั้งแต่ช่วงแรกเพราะมวยไทยมีท่าป้องกันตัวที่ใช้ง่าย หลังจากที่ฝึกมวยไทย รู้สึกว่า สุขภาพดีขึ้น”

นอกจากฝึกมวยไทยแล้ว อาจารย์ เจิ่นมิงฟู้ก็สงวนเวลา 5 นาทีเพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับแม่ไม้มวยไทยและสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้ตอนไปฝึกมวยไทยที่เมืองไทย

“ ผมพูดคุยกับบรรดานักศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ชาวไทยที่เป็นมิตร ใจดีและช่วยเหลือคนอื่น ผมได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารของไทย เช่น ส้มตำและผัดไทย ซึ่งอาหารของไทยอร่อยมากและถูกปากชาวเวียดนาม ผ่านเรื่องราวต่างๆ ผมอยากให้นักศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศไทย”

บรรดานักศึกษานั่งฟังอาจารย์ฟู้เล่าเรื่องอย่างตั้งใจ ซึ่งพวกเขาได้ทราบหลายเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทยที่เป็นต้นกำเนิดของมวยไทย นาย เหงวียนดวานฝุ่ง สมาชิกชมรมได้เผยว่า

“การเข้าร่วมชมรมทำให้พวกเราได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของมวยไทยและประเทศไทย คุณครูยังสอนพวกผมพูดภาษาไทย เช่น สวัสดีและการนับเลข ผมได้ทราบว่า การทักทายของคนไทยจะกล่าวคำว่า สวัสดีครับ พร้อมทั้งยกมือไหว้ ซึ่งสิ่งนี้น่าสนใจมาก”

การสาธิตมวยไทยในงาน International Day (Photo: FPTU Muaythai)

บรรดาสมาชิกสโมสรได้นั่งพูดคุยกันเกี่ยวกับความทรงจำในวันงาน International Day ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่ง FPTU Muay Club เป็นชมรมเดียวที่แนะนำเกี่ยวกับประเทศไทย โดยจัดแสดงภาพถ่ายของวัดพระแก้ว แม่น้ำเจ้าพระยา การสาธิตการระบำรำฟ้อนของชาวไทยและการสาธิตมวยไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

“งาน International Day เป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นทุกๆปีของทางมหาวิทยาลัยฯ ทางสโมสรได้เตรียมความพร้อมเป็นเวลา 2 สัปดาห์ทั้งชุดไทย การทำอาหารไทย เช่น ข้าวเหนียวมะม่วงและการละเล่นต่างๆ ซึ่งผู้เข้าร่วมงานต่างเห็นว่า อาหารไทยอร่อยมาก การสาธิตมวยไทยดูงดงามมาก หลังงาน International Day นักศึกษาหลายคนที่มาสมัครเข้าชมรมมวยไทย”

ในงาน International Day พวกเราได้แสดงการรำไทย หนูและอาจารย์ฟู้ศึกษารำไทยบนอินเตอร์เน็ตและฝึกตาม”

เวลา 19.30 น. ชั้นเรียนมวยไทยเสร็จสิ้นลง แม้จะเหงื่อออกเต็มหน้าแต่สมาชิกทุกคนต่างก็มีรอยยิ้ม ซึ่งพวกเขาไม่ลืมคำสอนของอาจารย์ที่ให้ฝึกมวยไทยให้ชำนาญ ซึ่งบรรดาสมาชิกของสโมสรกำลังวางแผนการเตรียมความพร้อมให้แก่วันงานของมหาวิทยาลัยในเวลาที่จะถึง ผ่านเรื่องราวต่างๆที่อาจารย์ฟู้ได้เล่าให้ฟัง แน่น่อนว่า บรรดาสมาชิกในชมรมมวยไทยจะมีความคิดริเริ่มเพื่อแนะนำประเทศไทยให้แก่บรรดานักศึกษาคนอื่นๆได้รู้จัก.