หมู่บ้านทำเขียงไม้ดิ่งอานตั้งอยู่ริมถนนหลวง 54 โดยจากเมืองซาแดกเก่าไปยังจังหวัดอานยาง เมื่อเดินทางถึงจุดให้บริการเรือข้ามฟากหว่ามก๊งให้เลี้ยวซ้าย ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ยินเสียงเลื่อย กบไสไม้และเห็นเขียงไม้ที่วางเรียงรายบริเวณถนน ส่วนบริเวณท่าเรือ มีการขนส่งไม้ไปยังโรงไม้อย่างไม่ขาดสาย
บรรดาผู้สูงอายุในหมู่บ้านดิ่งอานได้เผยว่า อาชีพนี้พัฒนารุ่งเรืองในช่วงกลางศตวรรษที่ผ่านมา โดยชาวบ้านที่นี่ได้ขนส่งและค้าขายสินค้าเกษตรผ่านทางน้ำ ซื้อใบไม้มุงหลังคา ใช้ต้นกระทิงเป็นเสาบ้านและใช้ไม้ส่วนเกินสำหรับทำเขียงไม้ไว้ใช้ในบ้าน ต่อมาได้นำเขียงไม้ไปขายเพื่อซื้อของใช้ในบ้าน ซึ่งเขียงไม้ของหมู่บ้านได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมากเนื่องจากมีคุณภาพดี ทำให้มีการก่อตั้งหมู่บ้านทำเขียงไม้และบรรยากาศการค้าขายก็มีความคึกคักมากขึ้น นาย เหงวียนวันที ซึ่งทำเขียงไม้เป็นรุ่นที่ 2 ของครอบครัวในตำบลดิ่งอานได้เผยว่า
“พ่อของผมได้ซื้อต้นกระทิงมาทำเสาบ้านและคันไถเพื่อขายให้แก่ชาวบ้าน สำหรับไม้ส่วนเกินก็นำไปทำเขียงไม้เพื่อขายในตลาด ต่อมาได้ขยายการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า”
ทั้งนี้ เขียงไม้ดิ่งอานได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากลูกค้าเนื่องจากทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น กระทิง มะฮอกกานีแอฟริกา มะม่วง มะขาม ขนุน ซึ่มีความแข็งแรง ทนทาน มีลายสวยงาม เหมาะสำหรับใช้สับหรือหั่น ไม่ทิ้งรอยมีด ราคาเหมาะสมเนื่องจากใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมือ ไม่ใช้สารเคมี สามารถตากแดดและไม่ขึ้นรา คุณ เหงวียนก๊วกเหวียด เจ้าของโรงงานเขียงไม้แห่งหนึ่งในตำบลดิ่งอานและคุณ เลหมีจาง ชาวบ้านดิ่งอานได้เผยว่า
“ทั้งหมู่บ้านวันละทำเขียงได้ 1,000 อัน ซึ่งนำไปจำหน่ายในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้าน”
“ควรใช้ต้นกระทิงหรือมะฮอกกานีแอฟริกาสำหรับทำเขียงไม้ ซึ่งสามารถใช้ได้นานถึง 10 ปี”
ชาวบ้านได้เลือกไม้เนื้อแข็ง อายุเก่าแก่ มีลำต้นใหญ่ แล้วนำไปอบให้ยางไม้ออกหมด ส่วนในการทำเขียงไม้นั้น ต้องคัดเลือกไม้ ตัดท่อน ขึ้นรูป ไสไม้ เป็นต้น ซึ่งต้องมีประสบการณ์ สามารถใช้เครื่องจักรในบางขั้นตอน แต่การไสไม้ต้องทำด้วยมือและต้องใช้เวลาในการตากแดด โดยเฉพาะในฤดูฝน โดยมีความร่วมมือระหว่างครอบครัวต่างๆในการสร้างโรงงานเขียงไม้
แต่ละวันครอบครัวในตำบลดิ่งอานสามารถทำเขียงไม้ได้เฉลี่ย 200 อัน แต่ในช่วงใกล้ตรุษเต๊ตที่ความต้องการของลูกค้าเพิ่มสูงขึ้น ก็สามารถทำได้ 1,000 อันต่อวัน โดยในฤดูน้ำขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายนทุกปี บรรยากาศการผลิตมีความคึกคักกว่าปกติ ซึ่งสร้างพลังชีวิตใหม่ให้แก่ชาวบ้านและหมู่บ้านทำเขียงไม้ดิ่งอาน.
