ในการนี้ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้เผยว่า เวียดนามพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเมียนมาในการพัฒนาประเทศ ค้ำประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน การรักษา เสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค การกำหนดนโยบาย การบริหารเศรษฐกิจและสังคม โดยถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตลอดจนการส่งเสริมพลังภายในประเทศ ควบคู่กับการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก ใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังภายนอกเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติกลไกความร่วมมือที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างพื้นฐานเพื่อผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีให้นับวันลึกซึ้งในระยะใหม่ ส่วนประธานาธิบดีเมียนมาแสดงความประสงค์ที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ในการพัฒนาของเวียดนาม พร้อมทั้งย้ำว่า เมียนมาให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์มิตรภาพที่มีมาช้านานและมีความประสงค์ที่จะส่งเสริมความร่วมมือและใช้ประโยชน์จากกรอบความสัมพันธ์หุ้นส่วนร่วมมือรอบด้านกับเวียดนาม

ผู้นำทั้งสองท่านยังเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองผ่านการผลักดันการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทุกระดับผ่านช่องทางต่างๆ เห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงให้เป็นเสาหลักในความสัมพันธ์ทวิภาคี ขยายความร่วมมือในการฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนนายทหารรุ่นใหม่ การกู้ภัยและการแก้ไขผลเสียหายจากสงคราม ผลักดันการแลกเปลี่ยนข้อมูล และการประสานงานในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมยาเสพติด การค้ามนุษย์ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีขั้นสูง และการหลอกลวงทางออนไลน์ ผู้นำทั้งสองท่านได้ยืนยันคำมั่นที่จะไม่ปล่อยให้บุคคลหรือองค์กรใดใช้ดินแดนของประเทศตนเพื่อต่อต้านอีกประเทศหนึ่ง สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า นี่เป็นด้านที่ยังมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก

สำหรับปัญหาระดับภูมิภาคและโลกที่ต่างให้ความสนใจ ผู้นำทั้งสองท่านเห็นพ้องที่จะผลักดันการแลกเปลี่ยนในกรอบกลไกความร่วมมือในระดับภูมิภาคและโลก รวมถึง อาเซียน และกลไกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย เสรีภาพในการเดินเรือและการบินในทะเลตะวันออก การแก้ไขความขัดแย้งและการพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายสากล รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเลปี 1982 นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะผลักดันการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในด้านยุทธศาสตร์ของภูมิภาค เช่น การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้แก่ เวียดนาม ลาว และเมียนมา ตลอดจนความร่วมมือในการบริหารและการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน.