ในการหารือ ผู้นำทั้งสองท่านได้ชื่นชมก้าวพัฒนาอย่างเข้มแข็ง รอบด้านและจริงจังของความสัมพันธ์ทวิภาคีในเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งการเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง ความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงให้นับวันเข้าสู่ส่วนลึกและกลายเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนก็มีการขยายตัวอย่างน่ายินดี ความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น วัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยวและการพบปะแลกเปลี่ยนในระดับประชาชนก็ได้รับการส่งเสริมด้วยรูปแบบที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับแนวทางกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในเวลาที่จะถึง ผู้นำทั้งสองท่านพร้อมที่จะสนับสนุนกันเพื่อพัฒนา เห็นพ้องส่งเสริมความไว้วางใจทางการเมืองผ่านการธำรงการพบปะทุกระดับและทุกช่องทาง จัดการประชุมครั้งที่ 5 ครม.ร่วมเวียดนาม – ไทย และไทย – เวียดนาม ณ ประเทศไทยและ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ ผลักดันความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงและการประสานงานในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางไซเบอร์ ยาเสพติดและค้ำประกันความมั่นคงและความปลอดภัยในการเดินเรือ เป็นต้น
ในด้านเศรษฐกิจ ผู้นำทั้งสองท่านยังเห็นพ้องขยายความร่วมมือและเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจตามแนวทางเกื้อหนุนกัน ด้วยก้าวกระโดดใหม่และพัฒนาการใหม่ในด้านคุณภาพ พยายามเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนที่กำลังบรรลุ 2 หมื่น 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบันขึ้นเป็น 2 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเร็วตามแนวทางที่เท่าเทียมกัน ยั่งยืนและผลักดันการออกใบอนุญาติและเปิดตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์การเกษตรที่มีศักยภาพ
นายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนชั้นนำของไทยในภูมิภาค โดยทั้งสองประเทศมีความคล้ายคลึงกันมากซึ่งสามารถพัฒนาเป็นศูนย์การผลิตขนาดใหญ่ของโลก พร้อมทั้งแสดงความประสงค์ว่า ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือมากขึ้นในการผลักดันเศรษฐกิจภาคเอกชน ไทยสนับสนุนให้สถานประกอบการของทั้งสองประเทศขยายความร่วมมือและชื่นชมความสำเร็จของสถานประกอบการเวียดนามที่กำลังประกอบธุรกิจในประเทศไทย โดยหวังว่า จะมีนักลงทุนเวียดนามเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น
เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เสนอให้ทั้งสองฝ่ายเร่งจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อจัดทำแผนและผลักดันการดำเนินยุทธศาสตร์ “Three Connects” หรือการเชื่อมโยง 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การเชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น และการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์สีเขียว เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของทั้งสองประเทศในเวทีโลก
นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองท่านยังเห็นพ้องในการผลักดันความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ – เทคโนโลยี โดยเฉพาะในด้านใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น นายกรัฐมนตรีไทยได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายพิจารณาโครงการร่วมในด้านเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีจุลชีววิทยา โดยประเทศไทยพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ให้กับเวียดนามในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและการใช้ดาวเทียม ผู้นำทั้งสองฝ่ายยังย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การศึกษา การท่องเที่ยวและความร่วมมือในระดับท้องถิ่น อำนวยความสะดวกให้แก่ชุมชนชาวเวียดนามในประเทศไทยและชุมชนชาวไทยในเวียดนาม รวมทั้งส่งเสริมการสอนภาษาเวียดนามในประเทศไทยและภาษาไทยในเวียดนาม เพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจซึ่งกันและกัน อนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าของแหล่งโบราณสถานและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์มิตรภาพระหว่างสองประเทศ รวมถึงเขตอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ในประเทศไทย
ทั้งสองฝ่ายยืนยันประสานงานอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนกันในฟอรั่มระดับภูมิภาคและโลกต่อไป ส่งเสริมบทบาทการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนและส่งเสริมความสามัคคีภายในกลุ่มอาเซียน ขยายความร่วมมือในกรอบเอเปกและกลไกความร่วมมืออนุภูมิภาคแม่โขง ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงบทบาทสำคัญของการธำรงสันติภาพ เสถียรภาพ ค้ำประกันความมั่นคง ความปลอดภัยและเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน แก้ไขการพิพาทด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายสากล รวมทั้งอนุสัญญาสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี 1982.
