หลังจากดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมาเป็นเวลาเกือบ 40 ปี สถานประกอบการที่มีเงินลงทุน FDI ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจเวียดนาม เมื่อก้าวเข้าสู่ระยะการพัฒนาใหม่ ความต้องการที่วางไว้ไม่เพียงแต่เป็นการดึงดูดเงินทุนเพิ่มขึ้นเท่านั้น หากต้องยกระดับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และมูลค่าเพิ่มของกระแสเงินทุนนี้ ในการกล่าวปราศรัยเปิดการสัมมนา นาย มาย ซวน แถ่ง อธิบดีกรมภาษีย้ำว่า ความต้องการเกี่ยวกับคุณภาพการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องมีนโยบายและวิธีการบริหารจัดการภาษีที่ได้รับการปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์สอดคล้องกัน ความโปร่งใสในความสัมพันธ์ระหว่างสำนักงานภาษีกับสถานประกอบการ FDI คือกุญแจสำคัญ
“พวกเรากำหนดว่า ความโปร่งใสเป็นความต้องการไม่เพียงแต่จากสถานประกอบการเท่านั้น หากยังมาจากหน่วยงานบริหารภาษีอีกด้วย สำนักงานภาษีมีความประสงค์ว่า สถานประกอบการจะเป็นฝ่ายรุกในการบริหารจัดการ ปฏิบัติตาม ค้ำประกันเอกสารและข้อมูลที่สะท้อนถึงการทำธุรกรรมอย่างถูกต้อง สำหรับสำนักงานภาษี หากเสนอให้สถานประกอบการจัดสรรข้อมูลอย่างครบถ้วนและถูกต้อง นโยบายและขั้นตอนการบริหารจัดการก็ต้องได้รับการเปิดเผยและแนะนำอย่างชัดเจน ส่วนในวิธีการดำเนินงาน พวกเราได้เปลี่ยนผ่านจากการ “ตรวจสอบและลงโทษ” มาเป็นการ “ติดตาม สนับสนุน และตักเตือน”
ในการสัมมนา บรรดาผู้แทนยังได้เน้นอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายภาษีในบริบทภาษีขั้นต่ำทั่วโลกการบริหารจัดการความเสี่ยงตามฐานข้อมูล และการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน ในโอกาสนี้ สำนักงานภาษีได้แนะนำ “สมุดปกขาวภาษีเวียดนาม 2026” เพื่อนำเสนอภาพรวมเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางการปฏิรูปของหน่วยงานภาษี.
