ในการกล่าวปราศรัย ประธานสภาแห่งชาติ เจิ่นแทงเหมิน ได้ชื่นชมหัวข้อของการประชุมในปีนี้ โดยระบุว่าสารนี้เกาะติดสถานการณ์ที่เป็นจริงและมีความเร่งด่วนสำหรับทุกประเทศ เวียดนามกำลังมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะก้าวเข้าสู่ระยะแห่งการพัฒนาใหม่ด้วยเป้าหมายที่จะเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและมีรายได้ปานกลางในระดับสูงภายในปี 2030 และเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีรายได้สูงภายในปี 2045 เวียดนามกำลังปฏิบัติรูปแบบการเติบโตใหม่ โดยถือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อน พร้อมทั้ง ค้ำประกันความเสมอภาคทางสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเต็มที่ ด้วยนโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระ พึ่งตนเอง สันติภาพ มิตรภาพ ร่วมมือและพัฒนา เวียดนามได้ร่วมมือกับเพื่อนมิตรและหุ้นส่วนเข้าร่วมอย่างเข้มแข็ง เป็นฝ่ายรุกและมีความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาระดับภูมิภาคและโลก
เพื่อร่วมกันฟันฝ่าความท้าทาย ประธานสภาแห่งชาติ เจิ่นแทงเหมิน แสดงความเห็นว่า IPU และรัฐสภาสมาชิกต้องทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความสามัคคีระหว่างประเทศ เสริมสร้างจิตใจแห่งการให้ความเคารพกฎหมาย และสนับสนุนความคิดริเริ่มระดับชาติเพื่อสันติภาพและการพัฒนา ประธานสภาแห่งชาติ เจิ่นแทงเหมิน เสนอว่า
“ส่งเสริมการทูตรัฐสภา การสนทนา สร้างความไว้วางใจและมิตรภาพระหว่างประชาชาติต่างๆ ป้องกันและแก้ไขต้นเหตุของการปะทะ ให้ความเคารพหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ บนเจตนารมณ์นี้ เราร่วมกับสมาชิก IPU เร่งรัดเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด ดำเนินการเจรจาสันติภาพต่อไป และแสวงหามาตรการที่สมเหตุสมผลและยั่งยืนให้แก่การปะทะต่างๆในปัจจุบัน ส่งเสริมบทบาทการเป็นผู้เดินหน้าของรัฐสภาในการสร้างกรอบกฎหมายและแปรพันธกรณีระหว่างประเทศให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านสันติภาพ ความมั่นคง การพัฒนาอย่างยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการไม่เผยแพร่อาวุธทำลายล้างสูง และปฏิบัติการตรวจสอบในระดับสูงสุดต่อการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ”
ประธานสภาแห่งชาติ เจิ่นแทงเหมิน เชื่อมั่นว่า จิตใจแห่งความสามัคคี การแบ่งปัน และความร่วมมือจะช่วยให้ประเทศต่างๆร่วมกันฟันฝ่าความท้าทาย และสร้างอนาคตที่สดใสกว่าเดิมให้แก่คนรุ่นหลัง.
