นี่เป็นครั้งแรกที่สถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำติมอร์-เลสเตจัดพิธีฉลองวันชาตินับตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินงานในกรุงดิลี โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้นในวันเดียวกับที่เอกอัครราชทูต ฝ่าม บิ่งห์ ด่าม ยื่นสาส์นตราตั้งต่อประธานาธิบดี José Ramos-Horta ซึ่งถือเป็นการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตามวาระอย่างเป็นทางการในฐานะเอกอัครราชทูตเวียดนามคนแรกประจำติมอร์-เลสเต

ในการกล่าวปราศรัยในพิธี เอกอัครราชทูต ฝ่ามบิ่งห์ด่าม ย้ำว่า เวียดนามและติมอร์-เลสเตมีความคล้ายคลึงกันหลายประการในด้านประวัติศาสตร์ และต่างให้ความสำคัญต่อเอกราช การพึ่งตนเองและความมุ่งมั่นเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ประเทศที่มีสันติภาพและเจริญรุ่งเรือง เวียดนามพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาและร่วมเดินเคียงข้างกันติมอร์-เลสเตในการสร้างสรรค์ประเทศและการผสมผสานเข้ากับอาเซียน การจัดตั้งสถานทูตเวียดนาม ณ กรุงดิลี จะเอื้อให้ทั้งสองฝ่ายนำข้อตกลงต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง ดำเนินโครงการและแผนการที่เป็นรูปธรรมต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ

ส่วนประธานาธิบดี José Ramos-Horta ประเมินว่า เวียดนามเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือของติมอร์-เลสเตในการค้ำประกันความมั่นคงทางอาหาร พร้อมทั้งชื่นชมการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจเวียดนาม โดยเฉพาะ Viettel ผ่านบริษัท Telemor และบริการการเงินดิจิทัล Mosan ในการพัฒนาด้านโทรคมนาคม การเชื่อมโยงทางดิจิทัลและการขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินในติมอร์-เลสเต สำหรับปัญหาระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ประธานาธิบดี José Ramos-Horta ยืนยันว่า ทั้งสองประเทศต่างให้ความสำคัญกับกฎหมายสากล สันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคง ตลอดจนย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน การใช้สันติวิธีเพื่อแก้ไขข้อพิพาทต่างๆ ตามกฎหมายสากล รวมถึงอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS ปี 1982.

ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวีดนามประจำอินโดนีเซีย