ในสภาวการณ์ที่ UNESCO กำลังจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปีในเวียดนาม นาง หวูถิมายแอง เผยว่า นครกว๋างนิงห์มีความประสงค์ที่จะได้รับการสนับสนุนจากยูเนสโกในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการมรดก การพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมควบคู่กับนวัตกรรม การจัดทำกลไกและนโยบาย ตลอดจนการระดมและจัดสรรทรัพยากรเพื่อการอนุรักษ์และบูรณะมรดก รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอนุรักษ์ควบคู่กับการส่งเสริมคุณค่าของแหล่งมรดกโลกอย่างต่อเนื่อง เช่น อ่าวฮาลองและภูเขาเอียนตื๋อ พร้อมทั้งเผยแพร่ภาพลักษณ์และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นสู่สายตาชาวโลกให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ในการนี้ นาย โจนาธาน วอลเลซ เบเกอร์ หัวหน้าผู้แทน UNESCO ประจำเวียดนาม ยืนยันว่า UNESCO พร้อมที่จะเดินพร้อมกับนครกว๋างนิงห์ในด้านต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ได้แก่ การศึกษา วัฒนธรรม การบริหารจัดการและส่งเสริมคุณค่าของมรดก วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นแนวทางยุทธศาสตร์ที่ UNESCO กำลังให้ความสำคัญและผลักดันในเวียดนาม พร้อมทั้งแสดงความประสงค์ที่จะได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่าง ๆ ของนครต่อไป เพื่อทบทวนและคัดเลือกประเด็นสำคัญที่มีศักยภาพในการดำเนินงานให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ นาย โจนาธาน วอลเลซ เบเกอร์ ยังแสดงความประสงค์ที่จะร่วมมือกับนครกว๋างนิงห์เพื่อศึกษาวิจัยและดำเนินโครงการด้านการศึกษาเกี่ยวกับมหาสมุทร ซึ่ง UNESCO กำลังดำเนินการอยู่ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เยาวชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์และปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเล.