เวลาผ่านไปหลายชั่วคน ท่วงทำนองนี้ไม่เพียงแต่ได้เสริมความหลากหลายให้แก่ชีวิตจิตใจของชนเผ่าไตเท่านั้นแต่ยังช่วยอนุรักษ์และเผยแพร่ความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมพื้นบ้านของผืนดินตะวันออกเฉียงเหนือนี้อีกด้วย
"บทร้องของเพลง Phong Slư และ เพลงทำนอง Then มักจะเขียนในแบบกลอนเจ็ด หมายความว่าคำที่เจ็ดของบรรทัดบนจะคล้องจองกับคำที่ห้าของบรรทัดล่าง ดังนั้นบทกวี "Phong Slư" จึงต้องเป็นบทกวีที่มีลักษณะสัมผัสคล้องจองไพเราะและเข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกถึงความไพเราะในทุกถ้อยคำ"
บทเพลง "Phong Slư" ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก แต่ยังเป็นศิลปะของภาษาเมื่อขับร้องพร้อมกับเสียงพิณสายและขลุ่ยจะสร้างความงดงามที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งมีความเรียบง่ายและลึกซึ้ง พลังที่ยั่งยืนของเพลงทำนอง "Phong Slư" อยู่ที่เนื้อหาอันหลากหลาย ตั้งแต่เพลงสรรเสริญพรรคและประธานโฮจิมินห์ ไปจนถึงเพลงเกี่ยวกับการทำงานและการผลิต เพลงเกี่ยวกับความรักของหนุ่มสาว ทุกอย่างสามารถกลายเป็นเพลงได้ แต่สำหรับการเขียนบทกวี "Phong Slư" นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้เขียนต้องเข้าใจภาษาชนเผ่าไต เข้าใจบริบท และรูปแบบจังหวะของบทกวีโบราณ.....
เปิดฟังรายละเอียดที่ลิงค์ด้านล่าง
