เขตอาปาจ๋าย(A Pa Chải)ทางทิศตะวันตกสุดในจังหวัดเดียนเบียนไม่เพียงแต่มีป่าเขาธรรมชาติที่งดงามและเป็นจุดชุมทางของพรมแดนเวียดนาม ลาว และจีน ด้วยเสาธงศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนยันอธิปไตยของชาติเท่านั้น ดินแดนแห่งนี้ยังเป็นถิ่นอนุรักษ์เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวิถีทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเดียนเบียนอย่างหลากหลาย โดยชุมชนชนกลุ่มน้อยที่นี่มีความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ พัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมกับการอนุรักษ์เอกลักษณ์วัฒนธรรมที่โดดเด่นของเขตชายแดนแห่งนี้อย่างเข้มแข็ง

หลังจากผ่านเส้นทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยวค่อนข้างยาว ก็จะเห็นเสาธงอาปาจ๋ายที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านฝนปรอย ๆ และอากาศเย็นสบายของเขตภูเขา เดินขึ้นต่อไปผ่านบันไดหินอีก 519 ขั้นเพื่อขึ้นไปบนเสาธง เลขคี่ 19 ในจำนวนขั้นบันไดเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ 19 กลุ่มที่อาศัยอยู่ร่วมกันในเดียนเบียน ยิ่งสูงขึ้นเท่าไหร่ทัศนียภาพของภูเขาที่สูงตระหง่านก็ยิ่งดูสง่างามมากขึ้นและเมื่อยืนอยู่ใต้เสาธง มองดูผืนธงสีแดงโบกสะบัดกลางสายลม ชาวเวียดนามทุกคนต่างรู้สึกซาบซึ้งและภาคภูมิใจเสมอ นายเจิ่น มินห์ จึก นักท่องเที่ยวจากนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเยือนอาปาจ๋าย และไม่สามารถบรรยายความภาคภูมิใจในใจได้หมดในเมื่อมาเยือนจุดตะวันตกสุดของประเทศ ทิวทัศน์ของภูเขาและแม่น้ำของเวียดนาม โดยเฉพาะที่อาปาจ๋ายนั้นงดงามน่าทึ่ง และใต้เสาธงนี้คือดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศชาติ เราต้องรักและพร้อมที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อประเทศของเราเสมอ"

เสาธงอาปาจ๋าย ก่อสร้างเริ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปี 2023 ณ ตำบลซินเถ่า จังหวัดเดียนเบียนตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 1,459 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ห่างจากจุดชุมทางชายแดนเวียดนาม-ลาว-จีนประมาณ 1.3 กิโลเมตร เมื่อมองจากด้านบน โครงสร้างฐานเสาธงมีพื้นที่ 407 ตารางเมตรดูคล้ายดอกกาหลงที่กำลังบาน ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ธงชาติผืนใหญ่ขนาด 37.5 ตารางเมตรได้โบกสะบัดอย่างสง่างาม โดยตัวเลข 7.5 ในตัวเลขขนาดผืนธงเป็นหลักหมายสัญลักษณ์แห่งชัยชนะเดียนเบียนฟู 7 พฤษภาคม ที่ฐานของโครงสร้างเสาธงมีภาพนูนต่ำ 5 ภาพที่สะท้อนถึงต้นกำเนิดของชาติ วิถีชีวิตการผลิต เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และศิลปะการฟ้อนรำ การเป่าขลุ่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีภาพนูนต่ำขนาดเล็กเป็นภาพประธานโฮจิมินห์กับประชาชนชาวตะวันตกเฉียงเหนือที่เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีที่ไม่เปลี่ยนแปลง

นอกเหนือจากการยืนยันอำนาจอธิปไตยแล้ว เสาธงอาปาจ๋ายยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์ เป็นแหล่งอนุรักษ์และยกย่องคุณค่าดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนแห่งนี้ พันตรี ดินห์ ก๊วก เติบ รองนายทหารฝ่ายการเมืองประจำป้อมชายแดนอาปาจ๋าย กองบัญชาการทหารชายแดนจังหวัดเดียนเบียน กล่าวว่า “เสาธงอาปาจ๋ายสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์คือเพื่อยืนยันอธิปไตยทางดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของปิตุภูมิ เพื่อให้ความรู้แก่คนรุ่นใหม่เกี่ยวกับเกียรติประวัติแห่งความรักชาติและรักบ้านเกิด และเพื่อมีส่วนร่วมอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของภาคตะวันตกเฉียงเหนือโดยเฉพาะการกระตุ้นการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งทางวัตถุและจิตใจของประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดเดียนเบียน.”

ในบ้านดินฉิ่งเตื่องแบบดั้งเดิมของครอบครัวชาวท้องถิ่นซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเสาธงอาปาจ๋ายกว่า 10 กิโลเมตร นาย จู คาย ฝู กำลังคุยกับภรรยาเรื่องงานบ้านก่อนที่จะเดินทางไปทำงานซึ่งอยู่ห่างออกไป 20 กิโลเมตร

เมื่อสี่ปีที่แล้ว คือในช่วงปี 2022 การหาที่พักในอาปาจ๋ายยากมาก สามีภรรยานาย จู คาย ฝู จึงกู้เงินแล้วศึกษาเรียนรู้วิธีการทำเพื่อเปิดโฮมสเตย์บริการนักท่องเที่ยว ที่นี่กลายเป็นจุดแวะพักเป็นสถานที่แบ่งปันเรื่องราวและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ฮาญี่ในภูมิภาคนี้

“หลังจากศึกษาสถานการณ์แล้ว ครอบครัวผมเห็นพ้องต้องกันว่าจะเปิดโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนพื้นที่ โดยให้บริการที่พัก อาหาร ธุรกิจหลักคือการให้บริการที่พักนอกจากนั้นเราจะให้บริการอาหารพื้นเมืองที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าต่างๆ เช่น หมูรมควันผัดผักดอง และอาหารของชุมชนที่นี่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองอาหารท้องถิ่นแท้ๆ"

ในอำเภออาปาจ๋าย คุณค่าทางวัฒนธรรมของชาวฮาญี่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่งานหัตถกรรมดั้งเดิมอย่างการทอผ้า ไปจนถึงการตัดเย็บเครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาที่จะรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ท้องถิ่น ความปรารถนานี้ยังแสดงออกผ่านเสียงดนตรีและการฟ้อนรำที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวฮาญี่ หมู่บ้านส่วนใหญ่ในตำบลซินเถ่า ต่างจัดตั้งกลุ่มศิลปะการแสดงพื้นเมือง คุณ หล่อ ซอ ปือ ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า“หลังเลิกงานตอนกลางวัน พวกเราจะรวมกันฝึกซ้อมเต้นรำในตอนเย็น กลุ่มศิลปะการแสดงของหมู่บ้านเราจะร่วมกันแสดงในช่วงเทศกาลปีใหม่ตามประเพณี เมื่อมีแขกมาเยือน เราก็จะร่วมแสดงเพื่อสังสรรค์กับนักท่องเที่ยวและทุกคนมีความสุขมากเมื่อมีนักท่องเที่ยวมาเยือน”

การเดินทางไปยังจุดตะวันตกสุดของเวียดนามไม่ใช่แค่การไปเยือนพื้นที่ชายแดนแต่ยังเป็นการจุดประกายความภาคภูมิใจในชาติอีกด้วย เรื่องราวความรักชาติและความใฝ่ฝันของชนกลุ่มน้อยยังคงถูกจารึกไว้ในทุกบ้านเรือน เพิ่มคุณค่าให้กับดินแดนเดียนเบียนแห่งประวัติศาสตร์ที่รุ่งโรจน์ เป็นผืนแผ่นดินที่ผู้มาเยือนจะได้รับประสบการณ์และความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน./.