นี่เป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศโตเลิม หลังจากที่เวียดนามเสร็จสิ้นการเลือกตั้งตำแหน่งสำคัญๆ ของรัฐในการประชุมครั้งที่ 1 สภาแห่งชาติสมัยที่ 16 และเป็นการเยือนประเทศจีนครั้งแรกของท่านเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศเวียดนามหลังการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14
การเยือนครั้งนี้เป็นกิจกรรมการต่างประเทศทวิภาคีที่สำคัญที่สุดระหว่างสองพรรคและสองรัฐในปีนี้ ซึ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน สร้างสรรค์ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันเวียดนาม – จีนที่มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ในระยะใหม่
กำหนดยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์เวียดนาม - จีนในระยะใหม่
ปี 2026 เป็นปีแรกที่เปิดระยะแห่งการปฏิบัติการวางผังพัฒนาเศรษฐกิจสังคมระยะ 5 ปีครั้งที่ 15 ของจีน ช่วงปี 2026-2030 ด้วยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ต่างๆ ส่วนเวียดนามเพิ่งจัดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 การเลือกตั้งสภาแห่งชาติสมัยที่ 16 และสภาประชาชนทุกระดับวาระปี 2026-2031 เสร็จสิ้นการเลือกตั้งตำแหน่งสำคัญๆ ของรัฐและย่างเข้าสู่ศักราชใหม่ ดังนั้น การที่ผู้นำระดับสูงสุดของสองพรรคและสองรัฐพบปะกันเพื่อหารือเกี่ยวกับการกำหนดยุทธศาสตร์ของความสัมพันธ์ทวิภาคีจึงมีความหมายสำคัญเป็นพิเศษ นาย เหงวียนมิงหวู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามกล่าวว่า
“บนพื้นฐานของการกำหนดยุทธศาสตร์นั้น ทั้งสองฝ่ายจะสร้างก้าวกระโดดใหม่ ๆ ในด้านความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมต่อไป นำมาซึ่งผลประโยชน์ต่อประชาชนและสถานประกอบการของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาและการฝึกอบรมและนวัตกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เห็นพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ในการนี้ ทั้งสองฝ่ายจะหารืออย่างเป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขอุปสรรคและสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ๆ ต่อไป”
ในขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ คุก เฉียง จากมหาวิทยาลัยชนชาติส่วนกลางแห่งประเทศจีน ได้ให้ข้อสังเกตว่า การเยือนประเทศจีนครั้งนี้ของท่านโตเลิม อยู่ในระดับสูงกว่ากรอบการเยือนธรรมดา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างสองพรรคและสองประเทศที่เข้าสู่ช่วงประวัติศาสตร์ใหม่ ที่มีความถี่มากขึ้น ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และอยู่ในระดับที่สูงขึ้น
“ด้วยการเยือนครั้งนี้ กลไกการพบปะเป็นประจำทุกปีได้ถูกวางรากฐานเบื้องต้นแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กรอบความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเวียดนาม โดยเฉพาะระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนกับพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ในฐานะสองประเทศและสองพรรคพี่น้อง ได้รับการสร้างสรรค์ในเบื้องต้นแล้ว ผมคิดว่านี่เป็นการตีความความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในรูปแบบใหม่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และยังเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การพบปะระหว่างผู้นำสูงสุดของทั้งสองประเทศไม่เพียงแต่มีความหมายในระดับทวิภาคีและภูมิภาคเท่านั้น หากยังมีความหมายในระดับโลกอีกด้วย”
เปิดความร่วมมืออย่างกว้างลึกและจริงจังยิ่งขึ้น
ในเวลาที่ผ่านมา ความร่วมมือเวียดนาม–จีนได้มีก้าวพัฒนาใหม่อย่างชัดเจนและรอบด้าน โดยมีจุดเด่นต่างๆ โดยเฉพาะในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน การปฏิรูปที่เข้มแข็งและความมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาของเวียดนามในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะสถานประกอบการของจีนว่า เวียดนามกำลังก้าวรุดหน้าและผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้งมากขึ้น จึงมีศักยภาพความร่วมมือมากมาย ดังนั้น การเยือนของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจและความมุ่งมั่นของสถานประกอบการจีนมากขึ้น นาย หวูหงานจุง ประธานและเลขานุการของบริษัท CETC Think Tank กล่าวว่า
“เรารอคอยการเยือนครั้งนี้เป็นอย่างมาก นับวันมีบริษัทที่เป็นสมาชิกของเราที่อยากเข้าไปลงทุนในเวียดนาม การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างสองประเทศเท่านั้น หากยังช่วยให้เราเข้าใจเวียดนามมากยิ่งขึ้น เราได้กำหนดให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเวียดนามเป็นจุดเน้นในการดำเนินงานของเราในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้าและมีแผนจะพาบริษัทสมาชิกไปสำรวจและเจาะตลาดเวียดนามภายในปีนี้เพื่อขยายความร่วมมือทวิภาคี”
การเยือนครั้งนี้ได้เกิดขึ้นเป็นเวลา 1 ปีหลังการเยือนเวียดนามของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศจีน สีจิ้นผิง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญเป็นอย่างมากของทั้งท่านเลขาธิการพรรค ประธานประเทศเวียดนาม โตเลิม รัฐและพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีเวียดนาม–จีน นาย ฝ่ามแทงบิ่งห์ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศจีนยืนยันว่า
“การเยือนครั้งนี้ของท่าน โตเลิม มีความหมายเชิงประวัติศาสตร์ และคาดว่าจะช่วยสร้างพลังขับเคลื่อนเพิ่มเติม เปิดโอกาสแห่งความร่วมมือใหม่ ๆ นำความสัมพันธ์ระหว่างสองพรรคและสองประเทศพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพ โปร่งใสและยั่งยืนต่อไป เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาในภูมิภาคและโลก”
การเยือนจีนครั้งนี้ของท่านเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมทางการทูตระดับสูงในเชิงพิธีการเท่านั้น หากยังเป็นก้าวเดินที่มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการกำหนดอนาคตของความสัมพันธ์เวียดนาม–จีนอีกด้วย ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนเป็นอย่างมาก การเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง ขยายความร่วมมืออย่างจริงจังและการควบคุมความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมีประสิทธิภาพได้สะท้อนให้เห็นว่า ทั้งสองประเทศกำลังพยายามรักษาเส้นทางความสัมพันธ์ให้มีเสถียรภาพและมีประโยชน์ร่วมกัน อันเป็นการสร้างพื้นฐานให้แก่ความสัมพันธ์ทวิภาคีและมีส่วนร่วมต่อสันติภาพ เสถียรภาพและความสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคอีกด้วย.
