แรงดึงดูดของบั๊กนิงสะท้อนให้เห็นผ่านกระแสการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2026 นครบั๊กนิงได้ดึงดูดเงินลงทุนเกือบ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มยอดเงินลงทุนใน 8 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1 หมื่น 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โครงการใหม่และโครงการเพิ่มทุนหลายโครงการเน้นในด้านอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ เช่น Cooler Master เวียดนามที่ลงทุน 475 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเขตนิคมอุตสาหกรรมยาบิ่ง Amphenol Highspeed IO Technology เวียดนาม เพิ่มทุนอีก 188.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเขตนิคมอุตสาหกรรมเอียนฟอง II-C และ Fukang Technology ในเครือ Foxconn เพิ่มทุนอีก 167 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเขตนิคมอุตสาหรรมกวางโจว์ นอกจากนี้ ITM Semiconductor Vietnam ยังเพิ่มทุนอีก 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ยอดเงินลงทุนรวมใน VSIP บั๊กนิงอยู่ที่ 258 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าบั๊กนิงกำลังกลายเป็นพื้นที่ลงทุนในระยะยาวสำหรับกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี นาย ฝ่ามวันถิ่ง รองประธานคณะกรรมการประชาชนนครบั๊กนิงย้ำว่า
"นครบั๊กนิงไม่เพียงแต่มีความได้เปรียบในการพัฒนาอุตสาหกรรมและดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเท่านั้น หากยังมุ่งมั่นที่จะสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่ทันสมัย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ เดินพร้อมกับสถานประกอบการในกระบวนการลงทุน การพัฒนา และความสำเร็จในบั๊กนิง"
เพื่อตอบสนองความต้องการในการขยายการผลิต บั๊กนิงกำลังเตรียมที่ดินและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเขตนิคมอุตสาหกรรมให้สมบูรณ์ โดยวางผังก่อสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 70 แห่ง ซึ่งเขตนิคมอุตสาหกรรม 39 แห่งได้รับการก่อสร้างในพื้นที่กว่า 1 หมื่น 1 พันเฮกตาร์ สำหรับสถานประกอบการเทคโนโลยีขั้นสูง สิ่งที่ต้องการไม่ใช่แค่พื้นที่เท่านั้น หากยังรวมถึงการคมนาคม โลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบนวัตกรรม นาย Na Ki Hong ซีอีโอของซัมซุงเวียดนาม เผยว่า
"ถ้าหากมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ เช่น การคมนาคมเชื่อมโยงเขต โลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบนิเวศอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และศูนย์นวัตกรรมได้รับการขยาย บริษัท FDI ในด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเช่น ซัมซุง จะมีเงื่อนไขเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและผลักดันกิจกรรมการวิจัยและพัฒนา ซึ่งการลงทุนเหล่านี้ได้รับการตั้งความหวังว่า จะช่วยดึงดูดแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูง พร้อมทั้งเสริมสร้างความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และสถานประกอบการที่จัดหาชิ้นส่วนและวัสดุในท้องถิ่น"
นี่คือแนวทางการพัฒนาในระยะต่อไปของบั๊กนิง โดยให้ความสนใจต่อแหล่งเงินทุนด้านเทคโนโลยี คุณค่าเพิ่มและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานแทนการเน้นในด้านจำนวนโครงการ โดยมุ่งเน้น 5 ด้านหลักได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์ ไมโครชิป วัสดุใหม่ อุตสาหกรรมการบิน อุปกรณ์อากาศยานไร้คนขับ โลจิสติกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ AI การผลิตอัจฉริยะ เภสัชกรรม ชีวการแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูง พลังงานสีเขียวและอุปกรณ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ นาย เจิ่นเซินตุ่ง รองหัวหน้าคณะกรรมการบริหารเขตนิคมอุตสาหกรรมนครบั๊กนิง เผยว่า
"ด้วยรูปแบบการพัฒนาแห่งสีเขียว อัจฉริยะ และยั่งยืน บั๊กนิงให้ความสำคัญต่อโครงการเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีมูลค่าเพิ่มสูง ส่งเสริมห่วงโซ่อุปทาน และมีความมุ่งมั่นระยะยาวกับท้องถิ่น โดยมีนโยบาย ไม่ก่อมลพิษ ใช้ที่ดินน้อย ใช้แรงงานน้อย เน้นโครงการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ประสิทธิภาพการลงทุนสูง และประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจสูง"
ในด้านต่างๆที่ได้รับความสนใจ เซมิคอนดักเตอร์เป็นหนึ่งในด้านที่นครบั๊กนิงตั้งความคาดหวังมากที่สุด ปัจจุบันทางนครฯมีโครงการด้านเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมสนับสนุน 33 โครงการของบริษัท Hana Micron Vina Micro Commercial Components Si Flex Victory Giant Technology และเครือบริษัทใหญ่เช่น Foxconn และ Goertek ปัจจุบัน นครบั๊กนิงตั้งเป้าไว้ว่าจนถึงปี 2030 จะดึงดูดเครือบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ 3 - 5 แห่งให้เข้ามาลงทุนเพื่อก่อสร้างโรงงานและศูนย์วิจัยและพัฒนา มุ่งสู่การเพิ่มรายได้จากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ขึ้นเป็นกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ควบคู่กับการดึงดูดการลงทุนแล้ว นครบั๊กนิงยังส่งเสริมการฝึกอบรมแหล่งบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ สนับสนุนมหาวิทยาลัยเปิดศูนย์ฝึกอบรม ลดระยะเวลาในการทำระเบียบราชการสำหรับโครงการสำคัญที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง นาย เหงวียนห่งท้าย เลขาธิการพรรคสาขานครบั๊กนิง ยืนยันว่า
"นครบั๊กนิงให้คำมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพแนวทางการพัฒนา สนับสนุนสถานประกอบการและถือความสำเร็จของนักลงทุนและสถานประกอบการเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญในกระบวนการบริหารการพัฒนาของท้องถิ่น บั๊กนิงจะพยายามสร้างสรรค์ทางการปกครองที่รับใช้ ยกระดับคุณภาพการบริหาร ในท้องถิ่น แก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีเพื่อให้สถานประกอบการมีความมั่นใจในการลงทุนและพัฒนาในระยะยาว"
จากการเป็นศูนย์กลางการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ นครบั๊กนิงกำลังมีการพัฒนาในระดับที่สูงขึ้น กลายเป็นจุดรวมของเทคโนโลยี เงินทุน บุคลากรที่มีคุณภาพสูง และกิจกรรมการวิจัยและพัฒนา โอกาสการพัฒนาใหม่จะสร้างความได้เปรียบเพิ่มเติมสำหรับบั๊กนิงในการยกระดับสถานะในห่วงโซ่เทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค.
