ในหลายวันที่ผ่านมา จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟฟ้าในตัวเมืองได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน หลายคนได้เปลี่ยนจากการใช้รถส่วนตัวไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งหลายคนคิดว่า การใช้ระบบขนส่งสาธารณะและการปั่นจักรยานในสภาวการณ์ที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเท่านั้นหากยังช่วยให้พวกเขาสามารถวางแผนการเดินทาง ลดปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิษอีกด้วย นาย เลห่งเดียปและนาง เหงียนถิเยวียน แขวงแทงซวน กรุงฮานอยเผยว่า
“เมื่อก่อนนี้ ผมขี่มอเตอร์ไซค์ แต่ตั้งแต่ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ผมจึงเปลี่ยนมานั่งรถไฟฟ้าปั่นจักรยานจากสถานีรถไฟกลับบ้าน ซึ่งช่วยประหยัดและไม่เหนื่อยเลย”
“นับตั้งแต่ที่ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ดิฉันก็ตัดสินใจซื้อจักรยานพับได้คันนี้ การปั่นจักรยานดีต่อสุขภาพ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและประหยัดค่าน้ำมัน เมื่อก่อนดิฉันใช้เวลา 30-40 นาทีเพื่อขี่มอเตอร์ไซค์จากบ้านไปที่ทำงาน รวมระยะทางประมาณ 7-8 กิโลเมตรแต่รถติดมาก เดี๋ยวนี้ การใช้บริการรถไฟฟ้าในตัวเมืองช่วยให้ดิฉันประหยัดเวลา โดยใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น”
นาย ควดเหวียดหุ่ง ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทหุ้นส่วนจำกัด ฮานอย เมโทร กล่าวว่า
“ในหลายวันที่ผ่านมา เมื่อราคาเชื้อเพลิงเพิ่มสูงขึ้น ปริมาณผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้น 15-16% โดยเฉพาะในเส้นทางรถไฟฟ้าที่มีนักศึกษาใช้บริการเป็นจำนวนมาก”
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางทำให้กำลังซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในร้านค้าต่างๆก็เพิ่มสูงขึ้น ในสภาวการณ์ที่ประชากรในตัวเมืองเพิ่มสูงขึ้น การเพิ่มราคาน้ำมันได้ทำให้ประชาชนเปลี่ยนแปลงความเคยชิน เน้นใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นาย ฝ่ามแอง แขวงหมีดิ่ง กรุงฮานอย เผยว่า
“ผมตัดสินใจซื้อรถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้าเพราะรูปทรงสวย ราคาเหมาะสม การใช้งานก็สะดวก”
การปรับเปลี่ยนการใช้ยานพาหนะและการหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมีส่วนช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและมลภาวะสิ่งแวดล้อม ในวิถีชีวิตตัวเมืองที่ทันสมัย การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ถือเป็นก้าวเดินที่ยิ่งใหญ่ที่สามารถช่วยให้ประชาชนปรับตัวเข้ากับความผันผวนได้.
