เมื่อวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา สภาแห่งชาติสมัยที่ 16 ได้อนุมัติมติเกี่ยวกับการจัดตั้งนครกว๋างนิงห์สังกัดส่วนกลางอย่างเป็นทางการ สำหรับชาวกว๋างนิงห์ นี่ไม่เพียงแต่เป็นการอนุมัติมติสำคัญเท่านั้นหากยังเป็นความสุขหลังการรอคอยมาอย่างยาวนาน

"พวกเรารอคอยการที่กว๋างนิงห์จะได้รับการยกระดับเป็นนครมานานแล้ว ดิฉันเชื่อมั่นว่า กว๋างนิงห์จะมีก้าวพัฒนาใหม่ อำเภอเกาะโกโตจะมีโอกาสพัฒนามากขึ้น สะอาดและสวยงาม ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของประชาชนทุกคน"

"พวกเราดีใจมากที่บ้านเกิดได้มีการพัฒนาใหม่ ด้วยสถานะใหม่และความคาดหวังใหม่ ทุกคนต่างมีความประสงค์ว่า นครกว๋างนิงจะนับวันทันสมัยและมีอารยธรรมมากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานได้รับการลงทุนอย่างพร้อมเพรียงมากขึ้น คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจะได้รับการยกระดับ "

จากการเป็นแผ่นดินที่ผูกพันกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ กว๋างนิงห์ได้ค่อยๆขยายพื้นที่การพัฒนา เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมปี 1963 จังหวัดหายนิงและเขตห่งกว๋างได้ควบรวมเป็นจังหวัดกว๋างนิงห์ โดยชื่อนี้ถูกตั้งโดยประธานโฮจิมินห์ ซึ่งคำว่า “กว๋าง” หมายถึง กว้างขวาง และ “นิงห์” หมายถึง ความสงบสุขและยั่งยืน ในการลงพื้นที่เขตเหมืองแร่ทั้ง 9 ครั้ง ประธานโฮจิมินห์ได้กำชับว่า ต้องสร้างสรรค์กว๋างนิงห์ให้เป็นจังหวัดที่มั่งคั่งและสวยงาม จากการส่งเสริมความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในนั้น มีเส้นทางไฮเวย์ที่เชื่อมโยงระหว่างจังหวัด สนามบินนานาชาติ และท่าเรือนานาชาติ กว๋างนิงห์ได้พัฒนาเป็นขั้วแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คล่องตัวของภาคเหนือ ซึ่งความได้เปรียบเหล่านั้นถูกวางไว้ในพื้นที่การพัฒนาที่ใหญ่กว่า ตามมติที่ 36 ของสภาแห่งชาติสมัยที่ 16 นครกว๋างนิงห์มีพื้นที่กว่า 6,231 ตารางกิโลเมตร ประชากรกว่า 1.5 ล้านคน ประกอบด้วย 30 แขวง 22 ตำบล และ 2 เขตพิเศษคือ เวินโด่นและโกโต กว๋างนิงห์มีที่ตั้งพิเศษเนื่องจากมีพรมแดนติดกับประเทศจีนทั้งทางบกและทางทะเล และเป็นประตูสู่ทะเลของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในพื้นที่เดียวกันนี้ประกอบด้วย เมือง เขตอุตสาหกรรม ด่านชายแดน ท่าเรือ สนามบิน เกาะแก่ง และมรดกโลกที่มีชื่อเสียงอย่างเช่น อ่าวฮาลอง และเอียนตื๋อ ซึ่งความหลากหลายนี้ได้สร้างความได้เปรียบเฉพาะให้แก่นครกว๋างนิงห์ ซึ่งนครกว๋างนิงห์ไม่เพียงแต่มีพลังขับเคลื่อนเดียวเท่านั้น แต่สามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่และรูปแบบเศรษฐกิจที่หลากหลาย นาง เหงียนเฟืองถวี รองประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายและยุติธรรมของสภาแห่งชาติเผยว่า

"กว๋างนิงห์มีมาตรฐานและเงื่อนไขเพียงพอในการเป็นนครสังกัดส่วนกลาง มีศักยภาพและความได้เปรียบในการเป็นเมืองศูนย์กลาง เป็นขั้วแห่งการเติบโตที่คล่องตัว สร้างสรรค์ ทันสมัย และพัฒนาอย่างรวดเร็วของประเทศ เมื่อกลายเป็นนครแล้ว กว๋างนิงห์จะมีเงื่อนไขในการสร้างสรรค์ทางการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบ 1 เมือง 1 ตัวเมืองที่มีอำนาจเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาด้านการคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานตัวเมือง และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม"

จากความได้เปรียบด้านทำเลและโครงสร้างพื้นฐาน กว๋างนิงห์มีเงื่อนไขต่างๆในการพัฒนา ได้แก่ เวินโด่นเน้นพัฒนาเศรษฐกิจทางทะเลและบริการ มองก๋ายเน้นพัฒนาการค้าชายแดนและเศรษฐกิจด่านชายแดน กว๋างเอียน เน้นอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ในขณะที่เขตภูเขา เขตชายแดน และเกาะแก่ง สามารถพัฒนาเศรษฐกิจป่าไม้ การท่องเที่ยวชุมชน เศรษฐกิจทะเล และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ สิ่งที่ประชาชนรอคอยคือความได้เปรียบเหล่านี้จะสร้างโอกาสใหม่ๆให้แก่ท้องถิ่น นาย ลี้วันเถือง ชาวตำบลชายแดนบิ่งเลียว เผยว่า

"ตอนนี้กว๋างนิงห์กลายเป็นนครแล้ว ประชาชนดีใจมาก เมื่อบ้านเกิดพัฒนา ประชาชนก็จะมีโอกาสทำมาหากินได้ดียิ่งขึ้น เมื่อก่อนเราแค่หวังว่าจะหลุดพ้นจากความยากจน แต่ตอนนี้เราคิดถึงเรื่องการสร้างฐานะในบ้านเกิด"

ความคาดหวังของประชาชนคือเป้าหมายที่นครกว๋างนิงห์มุ่งเน้น นั่นคือ เมืองใหม่จะต้องแปรความได้เปรียบเกี่ยวกับพื้นที่ โครงสร้างพื้นฐาน และทำเลที่ตั้ง ให้กลายเป็นคุณค่าที่เป็นรูปธรรมในชีวิตประจำวัน นาย กว๋านมิงห์เกื่อง เลขาธิการพรรคสาขานครกว๋างนิงห์ย้ำว่า

"การกลายเป็นนครต้องค้ำประกันการพัฒนาอย่างเข้มแข็งมากขึ้นและครอบคลุมมากขึ้น ต้องเป็นเมืองที่ประชาชนรู้สึกมีความสุข มีความมั่งคั่ง และเป็นที่ที่ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคและรัฐบาลนับวันมั่นคงยิ่งขึ้น"

กว๋างนิงห์ก้าวเข้าสู่เส้นทางใหม่ด้วยพื้นที่อันกว้างขวางและความได้เปรียบพิเศษ จากเขตเหมืองแร่ เป็นนครมรดกโลก กระบวนการนี้จะดำเนินต่อไปผ่านการที่กว๋างนิงห์แปรความได้เปรียบให้เป็นพลังขับเคลื่อนแห่งการพัฒนาและสร้างคุณค่าในชีวิตของประชาชน.