จีนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขตเศรษฐกิจจำเพาะที่ชอบด้วยกฎหมายของเวียดนามในทะเลตะวันออกได้

(VOVworld) - การสัมมนานานาชาติครั้งที่ 6เกี่ยวกับทะเลตะวันออกหารือเนื้อหา “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในทะเลตะวันออก”.....
จีนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขตเศรษฐกิจจำเพาะที่ชอบด้วยกฎหมายของเวียดนามในทะเลตะวันออกได้ - ảnh 1
จีนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเขตเศรษฐกิจจำเพาะที่ชอบด้วยกฎหมายของเวียดนาม
ในทะเลตะวันออกได้

(VOVworld) – เช้าวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่นครดานัง ในวันที่สองของการสัมมนานานาชาติครั้งที่ 6เกี่ยวกับทะเลตะวันออกได้มีการหารือเนื้อหา “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในทะเลตะวันออก” และ “กฎหมายสากล แผ่นดินใหญ่ มหาสมุทรและท้องฟ้า” ซึ่งนักวิชาการให้ข้อสังเกตว่า มี 4 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในทะเลตะวันออกที่ผ่านมา นั่นคือการเปลี่ยนแปลงในการวางแผนของบางประเทศเกี่ยวกับผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของทุกฝ่าย การขยายของลัทธิชาตินิยมของบางประเทศที่พิพาท การแย่งชิงอิทธิพลและการระดมกำลังระหว่างประเทศมหาอำนาจและความขัดแย้งในการอธิบายและประยุกต์ใช้กฎหมายสากลในทะเลตะวันออก ซึ่งรวมทั้งอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทะเลปี 1982 นักวิชาการหลายคนเห็นว่า การเพิ่มจำนวนและการเคลื่อนไหวของกองกำลังกึ่งทหารและกองกำลังบังคับใช้กฎหมายในทะเลตะวันออกได้ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้มีความรุนแรงมากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจคือ การที่จีนได้ขยายขอบเขตและการปรับปรุงโขดหินในหมู่เกาะเจื่องซาหรือสเปรตลีย์กำลังทำให้สภาพเดิมของทะเลตะวันออกเปลี่ยนแปลง ดร.หว่างเหวียด อาจารย์จากมหาวิทยาลัยกฎหมายนครโฮจิมินห์และผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยทะเลตะวันออกให้ข้อสังเกตว่า “โครงสร้างบางอย่างในหมู่เกาะหว่างซาหรือพาราเซลล์และเจื่องซาหรือสเปรตลีย์เป็แค่แนวปะการังหรือโขดหินเท่านั้นแต่จีนกลับเผยว่า นั้นคือเกาะที่มีมนุษย์อาศัยอยู่จึงต้องมีเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีป ถ้าหากจีนปรับปรุงโขดหินนี้ให้กลายเป็นเกาะเทียมได้ จีนจะมีรันเวย์สนามบินและมีความเป็นไปได้สูงที่จะปฏิบัติเป้าหมายการควบคุมทะเลตะวันออก หลังจากที่เสร็จสิ้นการปรับปรุงโครงสร้างเหล่านี้ จีนอาจประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศในเขตหมู่เกาะเจื่องซาและทะเลตะวันออก”

ในขณะที่การพิพาทยังไม่ได้รับการแก้ไข ถ้าหากประเทศใดใช้โครงสร้างที่เป็นเกาะเทียมนั้นเพื่อออกคำเรียกร้องก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น ดร.เหงียนถิลานแอง รองหัวหน้าศูนย์ทะเลตะวันออก สถาบันการต่างประเทศสังกัดกระทรวงการต่างประเทศได้ย้ำว่า เกาะเทียมมีเขตทะเลที่ปลอดภัยยาวที่สุด 500 เมตรเท่านั้น ส่วนศาสตราจารย์กัว ซีอุง ดัสติน วาง จากมหาวิทยาลัยไต้หวันยืนยันว่า จีนจะก่อสร้างโขดหินเหล่านี้ให้กลายเป็นเกาะเทียมที่มีเงื่อนไขเพียงพอสำหรับการอาศัยอยู่ของมนุษย์ แต่ดร.เจมส์ ชาเลส กราสกา จากศูนย์วิจัยกฎหมายสากล Stockton มหาวิทยาลัยการรบทางทะเลของสหรัฐเผยว่า แม้จีนได้บุกยึดหมู่เกาะหว่างซาอย่างผิดกฎหมายและออกคำเรียกร้องที่ไร้มูลความจริงเกี่ยวกับเส้นประ 9 เส้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิทธิอันชอบธรรมของเวียดนามเหนือเขตเศรษฐกิจจำเพาะได้ นักวิชาการทุกคนย้ำว่า ในสภาวการณ์ตึงเครียดปัจจุบัน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องมีความอดกลั้น ไม่ปฏิบัตินโยบายเพียงฝ่ายเดียวเพื่อเปลี่ยนสภาพเดิมในทะเลตะวันออก การก่อสร้างและปรับปรุงเกาะเทียมในขนาดใหญ่เพื่อให้แนวปะการังหรือโขดหินกลายเป็นฐานทัพในเขตพิพาทในทะเลตะวันออกหรือเพื่อประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศเพื่อยืนยันคำเรียกร้องของตนไม่เพียงแต่เป็นการละเมิดกฎหมายสากลเท่านั้น หากยังเพิ่มความสงสัยและทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้นอีกด้วย การสัมมนาได้เสร็จสิ้นลงในบ่ายวันที่ 18 พฤศจิกายน./.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด