ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนกระจายเสียงต่างประเทศได้รับอีเมล์และคอมเมนต์จากผู้ฟังรวม 369 ฉบับจาก 35 ประเทศและดินแดน โดยรายการภาคภาษาไทยได้รับอีเมล์และคอมเมนต์ 10 ฉบับ
การเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการและเข้าร่วมฟอรั่มอนาคตแห่งอาเซียนครั้งที่ 3 ในระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย มีขึ้นหลังการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม 10 วัน อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจทางการเมืองที่ลึกซึ้งและความมุ่งมั่นของผู้นำทั้งสองประเทศในการแปรคำมั่นต่างๆให้เป็นรูปธรรม อีกทั้งเป็นนิมิตหมายที่สำคัญในโอกาสรำลึกครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศในปีนี้
มีคุณผู้ฟังหลายท่านแสดงความประทับใจต่อการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยสวมนาฬิกาที่หน้าปัดเป็นภาพประธานโฮจิมินห์ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่เคารพรักของประชาชนเวียดนาม และโชว์เล่นเครื่องดนตรีพื้นบ้านเวียดนาม พิณ t’rưng หรือระนาดไม้ไผ่ ในเพลง “สบาย สบาย” ของ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ในงานเลี้ยงรับรองที่จัดโดยผู้นำรัฐบาลเวียดนาม ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่สร้างสีสันในงานเลี้ยงเท่านั้น แต่เป็นการสื่อสารทางวัฒนธรรมที่ทรงพลัง แสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตร ความเปิดกว้าง และความจริงใจในการเชื่อมโยงผู้คนของทั้งสองประเทศผ่านเสียงดนตรี ซึ่งเป็นภาษาสากลที่ไม่ต้องอาศัยล่ามแปลความ
นอกจากนี้ คุณผู้ฟังหลายท่านยังให้ความสนใจต่อข่าวการฉายตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนามบนจอ LED ของศูนย์การค้าสยามพารากอนหลังจากมีการเปิดตัวตราสัญลักษณ์ในโอกาสการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม ออกแบบโดยสะท้อนถึงการเติบโตร่วมกันและมิตรภาพที่ยั่งยืน โดยเลข “5” ออกแบบให้มีความโค้งมนที่ดูมีพลัง สื่อถึงการเคลื่อนไหว (Movement) และความไม่หยุดนิ่ง พร้อมที่จะขับเคลื่อนไปสู่อนาคตและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เลข “0” ใช้รูปทรงวงกลมสื่อถึงความมั่นคง (Stability) ความสมดุล และการมีรากฐานที่แข็งแกร่ง สะท้อนถึงความสามัคคีและมิตรภาพที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
โทนสี: เลือกใช้สีจากธงชาติของทั้งสองประเทศ ได้แก่ แดง ขาว น้ำเงิน และเหลืองทอง นำมาผสมผสานกันอย่างลงตัวเพื่อแสดงถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้น
ตัวเลข “50” คือ สัญลักษณ์แห่ง 5 ทศวรรษที่ความก้าวหน้า (เลข 5) และความมั่นคง (เลข 0) สอดประสานกันเพื่อนำพาประเทศไทยและเวียดนามก้าวไปสู่อนาคตด้วยความรุ่งเรืองร่วมกัน
โอกาสนี้ ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนามได้สัมภาษณ์นางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย นาย ฝ่ามเหวียดหุ่ง เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยและผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มรกตวงศ์ ภูมิพลับ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและการประสานงานเพื่อแปรความคิดริเริ่มในภูมิภาคและฟอรั่มอนาคตแห่งอาเซียนให้เป็นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ซึ่งคุณผู้ฟังสามารถอ่านข่าวและบทความต่างๆเกี่ยวกับเนื้อหาดังกล่าวได้ที่ vovworld.vn นะครับ
มีคุณผู้ฟังหลายท่านสนใจสอบถามเกี่ยวกับเขตเลี้ยงนกนางแอ่นเพื่อเก็บรังนกที่มีชื่อเสียงในประเทศเวียดนาม ซึ่งเมื่อพูดถึงอาชีพเลี้ยงนกนางแอ่นในเวียดนาม ก็ต้องกล่าวถึงแค้งหว่า ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของอุตสาหกรรมการเลี้ยงนกนางแอ่นในเวียดนาม โดยมีเกาะต่างๆในอ่าวยาจางและเขตกามแรง ซึ่งเป็นสถานที่ที่นกนางแอ่นมาทำรังตามธรรมชาติ ส่วนสำหรับแบรนด์รังนกนางแอ่นแค้งหว่าเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งภายในและต่างประเทศเนื่องจากมีคุณภาพสูงและมีอายุยาวนานหลายร้อยปี
นอกจากแค้งหว่า เกียนยางก็เป็นท้องถิ่นที่มีการเลี้ยงนกนางแอ่นกินรังมากที่สุดในประเทศ เช่น ห่าเตียน ห่อนเดิ๊ดและฟู้ก๊วกมีสภาพธรรมชาติที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงนกนางแอ่น ส่วนในเขตภาคกลางตอนใต้ บิ่งดิ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของการเลี้ยงนกนางแอ่น เช่น กวีเยิน ฝู่ก๊าดและเยินหลี นอกจากนี้ อาชีพนี้ยังพัฒนาอย่างรวดเร็วในจังหวัดต่างๆในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง เช่น เตี่ยนยาง อานยาง ก่าเมา บากเลียว เขตที่ราบสูงเตยเงวียน อาทิเช่น ดั๊กลั๊กและเลิมด่ง...
