ในการให้สัมภาษณ์สื่อเวียดนามนอกรอบงาน Thai Connect in Phu Tho 2026เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ตัวแทนจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amata, Spatial Decisions และ Prime Group ต่างชื่นชมสถานะและศักยภาพของจังหวัดฟู้เถาะในการสร้างรูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน
การมีปัจจัยพร้อมเพรียงที่เอื้อให้แก่การพัฒนา
ในการตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่เลือกลงทุนโครงการที่ 5 ในประเทศเวียดนาม ในจังหวัดฟู้เถาะ นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน)ได้เผยว่า จังหวัดฟู้เถาะมีสถานะทางภูมิศาสตร์ที่สะดวก ใกล้กรุงฮานอยและมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับไทย ในขณะที่กรุงฮานอยเป็นศูนย์กลางด้านบุคลากรที่มีคุณภาพสูง แรงงานฝีมือสูงและแหล่งพลังด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ซึ่งเป็นปัจจัยที่เอื้อให้แก่การพัฒนารูปแบบเมืองอัจฉริยะ สำหรับจังหวัดฟู้เถาะมีระบบคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำและเชื่อมโยงกับท่าเรือ ซึ่งในอนาคต เส้นทางรถไฟที่เชื่อมจีน-นครไฮฟองผ่านฟู้เถาะจะเพิ่มการเชื่อมโยงมากขึ้น
“จังหวัดฟู้เถาะมีประชากรจำนวนมาก กองทุนที่ดินยังมีอีกมาก ภูมิประเทศค่อนข้างสูง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน”
นอกจากนี้ อมตะยังชื่นชมทางการปกครองท้องถิ่นที่สนับสนุนด้านที่ดิน การออกใบอนุญาตลงทุนและอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆให้แก่นักลงทุน พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่า ทางการท้องถิ่นจะร่วมมือและสนับสนุนโครงการ อมตะ ฟู้เถาะในระยะยาวเพื่อสร้างพื้นฐานให้แก่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
ร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ส่วนนาย Kapil Chaudhery ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท Spatial Decisions เวียดนามได้เผยว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะเป็นโครงการที่สำคัญของเวียดนาม ซึ่งเวียดนามสามารถเรียนรู้ประสบการณ์จากไทย สาธารณรัฐเกาหลีและประเทศอื่นๆ แต่ความท้าทายที่สำคัญที่สุดคือการปรับปรุงรูปแบบต่างๆให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของเวียดนาม โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เช่น การสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า เทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ทันสมัยและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการบริหารเมืองอัจฉริยะ
เวียดนามกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าสนใจแต่การกระตุ้นการขยายตัวโดยไม่ให้ความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมก็จะส่งผลกระทบในทางลบต่อการพัฒนาประเทศ เช่น ปัญหาน้ำท่วม อุณหภูมิเพิ่มขึ้นและปัญหามลพิษทางดิน ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต้องปฏิบัติไปพร้อมๆกันอย่างสมดุล
นาย Kapil Chaudhery ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท Spatial Decisions เวียดนามยืนยันว่า เวียดนามควรจัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาที่สอดคล้องกับสถานการณ์ภายในประเทศ อนุรักษ์ธรรมชาติ ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและกระตุ้นการขยายตัวเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จังหวัดฟู้เถาะอยู่ใกล้กรุงฮานอย มีทิวทัศน์ที่สวยงาม กำลังพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจ แต่ต้องธำรงความสมดุลระหว่างปัจจัยต่างๆดังกล่าวเพื่อมุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งฟู้เถาะมีศักยภาพเพื่อเดินหน้าพัฒนารูปแบบเมืองอัจฉริยะและเมืองสีเขียว
การเป็นพลเมืองที่ดีในประเทศเวียดนาม
ส่วนนาย Weerapat Pattamanont รองผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลของบริษัท Prime Group สังกัดเครือบริษัท SCG ได้เผยว่า ทางบริษัทฯยึดหลักในการเป็นพลเมืองที่ดีในการลงทุนในต่างประเทศบนพื้นฐาน ESG ที่ประกอบด้วยสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาลสถานประกอบการ
ในด้านสิ่งแวดล้อม Prime Group เน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในด้านสังคม ให้ความสนใจดูแลเอาใจใส่ชีวิตของชาวบ้านบริเวณโรงงานผ่านกิจกรรมทางสังคม ส่วนสำหรับธรรมาภิบาลสถานประกอบการ Prime Group ให้คำมั่นปฏิบัติตามกฎหมายเวียดนามและมาตรฐานธรรมาภิบาลของ SCG โดย SCG Decor มีโรงงานผลิตกระเบื้องทั้งในไทย เวียดนาม อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งหวังว่า Prime Group จะเป็น hub ของการส่งออก จัดสรรผลิตภัณฑ์ให้แก่ตลาดต่างๆในภูมิภาคและโลก ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ของ SCG.
