![]() |
ในการประชุม นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่านี่เป็นปัจจัยหลักที่พรรคและรัฐให้ความสนใจเพื่อเพิ่มแหล่งพลังสำหรับการพัฒนาของประเทศในระยะใหม่ ดังนั้นงานด้านการชี้นำปฏิบัติต้องตระหนักใน 5 ทัศนะสำคัญคือ “หนึ่งคืองานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเป็นหน้าที่ของทั้งระบบการเมืองและมวลประชาชนภายใต้การนำของพรรค การบริหารของรัฐ สองคือไม่มีการจำกัดด้านสภาพแวดล้อมและเวลาหากต้องทำอย่างต่อเนื่องและจากระดับสูงจนถึงระดับพื้นฐาน สามคือต้องปฏิบัติควบคู่กับการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรของหน่วยงานต่างๆ การปฏิรุประเบียบราชการเพื่อลดความซับซ้อน ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการ เพิ่มประสิทธิผลและประสิทธิภาพของระบบการเมือง สี่คือการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยต้องผนึกแน่นกับการกระตุ้นการเติบโตและควบคุมเงินเฟ้อ เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการลงทุนสาธารณะ สร้างความเชื่อมโยงกับแหล่งพลังจากภายนอกเพื่อพัฒนาประเทศและทัศนะที่ห้าคือต้องมีความผนึกแน่นกับการปฏิบัติสามก้าวกระโดดยุทธศาสตร์”
นายกรัฐมนตรีกำชับให้ผู้บริหารกระทรวงหน่วยงานและท้องถิ่นทุกระดับตรวจสอบเพื่อปรับปรุงกลไกระเบียบการทางนโยบายและกฎหมาย กระจายอำนาจเพื่อมอบหมายหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพรวมทั้งผลักดันการดำเนินธรรมาภิบาลอัจฉริยะและการปรับเปลี่ยนทางดิจิทัลในทุกระดับ.

