ในการกล่าวปราศรัย ณ ฟอรั่ม เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศโต เลิมได้เสนอให้สองประเทศกระตุ้นการแลกเปลี่ยนการค้าที่มุ่งสู่การพัฒนากระบวนการผลิต แปรรูป จัดสรรค์ และการสร้างความหมายการค้าร่วมกัน โดยอาศัยจุดแข็งที่สามารถเกื้อหนุนกันได้เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และห่วงโซ่อุปทานที่มีคุณค่าใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะของอาเซียน
“การผลักดัน ‘Three connects’ คือการเชื่อมโยงด้านการผลิต ซึ่งรวมถึงการเชื่อมโยงในเชิงลึกยิ่งขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน อุตสาหกรรมแปรรูป ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรกรรม อาหาร และสินค้าอุปโภคบริโภค ด้านที่สองคือ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานโดยการประสานงานที่ดีขึ้นของโลจิสติกส์ทั้งทางบก ทางอากาศ และท่าเรือ ศูนย์กระจายสินค้า และอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน และด้านสุดท้ายคือ การเชื่อมโยงด้านการเปลี่ยนผ่านเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรม และการฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์”
ส่วนนายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสำหรับเศรษฐกิจในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานหมุนเวียน การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมยืนยันว่า ความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างไทยและเวียดนามจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากบทบาทที่แข็งแกร่งของภาคเอกชน เพราะนักธุรกิจถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศมาโดยตลอด
ในโอกาสนี้ ผู้นำทั้งสองท่านได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดเส้นทางบินตรงของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ จากนครโฮจิมินห์ไปยังภูเก็ต โดยมีเที่ยวบินไป-กลับสัปดาห์ละ 4 เที่ยว เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมนี้ การประกาศโครงการพัฒนาระบบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 รุ่นใหม่สำหรับสายการบินไทยเวียดเจ็ทและร่วมฉลองความสำเร็จของการมีผู้โดยสารครบ 50 ล้านคนบนเส้นทางบินเวียดนาม-ไทย ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อตกลงความร่วมมือระหว่างบริษัทของเวียดนามในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พลังงาน ปิโตรเลียมและการบิน การแลกเปลี่ยนความร่วมมือกับหุ้นส่วนไทยในด้านการปรับเปลี่ยนด้านปัญญาประดิษฐ์ การผลิตอัจฉริยะ การท่องเที่ยว บริการทางการเงิน และโซลูชันทางเทคโนโลยีต่างๆ.
