ในการหารือ ผู้นำรัฐสภาทั้งสองท่านยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับไทยกำลังพัฒนาอย่างเข้มแข็งหลังจากที่ได้รับการยกระดับขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านเมื่อปี 2025 พร้อมทั้งเห็นพ้องที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงระดับสูงต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและเสริมสร้างความร่วมมือในด้านกลาโหม ความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การศึกษา การท่องเที่ยวและการพบปะแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน โดยตั้งเป้าจะเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนขึ้นเป็น 2 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเร็ว

สำหรับความร่วมมือระหว่างรัฐสภา ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทน แบ่งปันประสบการณ์ด้านการจัดทำกฎหมาย การตรวจสอบในระดับสูงสุด การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การขยายตัวแห่งสีเขียวและรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมบทบาทของรัฐสภาในการปรับปรุงกรอบกฎหมายให้มีความสมบูรณ์และตรวจสอบการปฏิบัติแผนปฏิบัติการความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระยะปี 2026–2031 นอกจากนี้ ประธานรัฐสภาของทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องที่จะประสานงานอย่างใกล้ชิดต่อไปในกรอบอาเซียน สมัชชารัฐสภาอาเซียนหรือ AIPA สหภาพรัฐสภาโลกหรือ IPU และเวทีรัฐสภาพหุภาคีต่าง ๆ เพื่อมีส่วนร่วมเสริมสร้างบทบาทการเป็นศูนย์กลางของอาเซียนและส่งเสริมความร่วมมือในกรอบอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง.