หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจปรับขึ้นภาษีเป็นร้อยละ 25 ต่อเหล็กและร้อยละ 10 ต่ออะลูมิเนียมที่นำเข้าจากต่างประเทศ หลายประเทศยุโรปเช่นเยอรมนี โปแลนด์และสาธารณรัฐเช็กต่างแสดงความเห็นว่า นโยบายนี้ของสหรัฐอาจส่งผลให้เกิดสงครามการค้าที่สร้างความเสียหายต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนบางประเทศ เช่น ออสเตรเลียและบราซิลมีท่าทีที่ระมัดระวังเพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านการค้าของตน โดยรัฐบาลบราซิลได้ประกาศว่า จะไม่เข้าร่วมสงครามการค้านี้
ก่อนหน้านั้น ผู้นำอียู รวมทั้งประธานคณะกรรมาธิการยุโรป Ursula von der Leyen และกรรมการการค้าของสหภาพยุโรปหรืออียู Maros Sefcovic ผู้นำประเทศแคนาดาและไทยต่างแสดงความกังวลต่อนโยบายดังกล่าวของสหรัฐในขณะเดียวกัน เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำสหรัฐได้ยื่นข้อเสนอให้วอชิงตันยกเลิกการเก็บภาษีในอัตรานี้ต่อเหล็กและอะลูมิเนียมที่นำเข้าจากญี่ปุ่น.
