ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานปฏิบัติการและผลประโยชน์ของสหรัฐในประเทศตะวันออกกลาง ได้แก่ บาห์เรน คูเวต กาตาร์ จอร์แดน และโอมาน

เจ้าหน้าที่สหรัฐซึ่งไม่ระบุชื่อได้เผยว่า การโจมตีบางส่วนเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม มุ่งเป้าไปที่ระบบขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเรือขนาดเล็กของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC ในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อบั่นทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้

ในขณะเดียวกัน สื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า มีวัตถุโจมตีมากกว่า 10 ลูกพุ่งเป้าไปยังเกาะเกชม์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ นาย โฮสเซน อามีร์ เตย์มูรี ผู้ว่าการเกาะเกชม์ระบุว่า การโจมตีเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 12 กรกฎาคม โดยมุ่งเป้าไปยังเป้าหมายทางทหารทั้งหมด และไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Mehr รายงานโดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐในภาคใต้ของอิหร่านส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และบาดเจ็บอีก 2 คน

ส่วนกองทัพอิหร่านได้ใช้อากาศยานไร้คนขับโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของสหรัฐในคูเวต โดย IRGC ระบุว่า ได้โจมตีเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ของสหรัฐและอ้างว่า สามารถทำลายระบบดังกล่าวได้ทั้งหมด

ทางการคูเวตยืนยันว่า จุดตรวจชายแดนทางบก 3 แห่งทางตอนเหนือของประเทศ และแท่นขุดเจาะนอกชายฝั่งของบริษัทน้ำมันแห่งชาติคูเวตได้รับความเสียหาย ขณะที่กระทรวงมหาดไทยกาตาร์เผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน จากเศษซากที่เกิดจากการสกัดกั้นการโจมตีของอิหร่าน ส่วนในจอร์แดน ขีปนาวุธของอิหร่าน 3 ลูกตกในหลายพื้นที่ของประเทศนี้ จนก่อให้เกิดความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีการประกาศเตือนภัยขีปนาวุธในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน

นาย อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติได้แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อความรุนแรงของการปะทะทางทหารครั้งใหม่ในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้น หลีกเลี่ยงปฏิบัติการที่อาจทำให้สถานการณ์บานปลาย และเร่งดำเนินมาตรการเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดโดยทันที.