ท่ามกลางเสียงฆ้องอันกึกก้อง หญิงสาวชาวเอเดได้ร่ายรำอย่างอ่อนช้อยสง่างามรอบไหเหล้าท่าทางของมือและการก้าวย่างของเท้าเปรียบเสมือนการทักทายอย่างเป็นมิตร เพื่อเชิญเทพเจ้าและแขกผู้มีเกียรติดื่มเหล้าอุ โดยท่ารำนี้มักปรากฏในพิธีฉลองฤดูเกี่ยวข้าวใหม่ พิธีเซ่นไหว้เทพของแหล่งน้ำ พิธีขอพรเพื่อสุขภาพ งานแต่งงาน และเทศกาลดั้งเดิมอื่นๆของหมู่บ้าน พิธีกรรมนี้มักจัดในบ้านยาวอันอบอุ่นหรือที่ลานหน้าบ้างกลางที่คึกคัก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงผู้คนกับชุมชนและรากเหง้าของวัฒนธรรมเอเด ผู้ใหญ่บ้าน อี คุต นี เอ หมู่บ้านปราว ตำบลมาดรัค จังหวัดดั๊กลัก กล่าวว่า “ตามธรรมเนียมประเพณีของชาวเอเด การรำเพื่อเชิญดื่มเหล้าอุจะมีขึ้นในโอกาสแห่งความสุขในหมู่บ้านและเมื่อมีเหล้าอุเตรียมไว้พร้อม แต่จะไม่รำในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าในครอบครัว ผู้เฒ่าผู้แก่ของหมู่บ้านบอกว่าเทศกาลเป็นสถานที่รวมตัวของหนุ่มสาวเพื่อมาเฉลิมฉลองร่วมกัน.”
การรำเชิญดื่มเหล้าของชาวเอเดเป็นการแสดงออกถึงการต้อนรับแขกอย่างเป็นกันเองที่อบอุ่น เป็นสายใยที่เชื่อมโยงสมาชิกในหมู่บ้าน สะท้อนวิถีชีวิตทางจิตวิญญาณที่หลากหลายของชุมชน ผ่านพิธีฟ้อนรำนี้ ชาวเอเดได้แสดงความศรัทธา ความกตัญญู และความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่สงบสุขและเจริญรุ่งเรือง ศิลปิน อี คลอต บวน ยา จากหมู่บ้านฮรา เอีย นิง ตำบลเดรย์ บอฮัง จังหวัดดั๊กลัก กล่าวว่า “หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมเซ่นไหว้ที่แหล่งน้ำและการอธิษฐานขอพรเพื่อสุขภาพก็จะมีการรำเพื่อเชิญชวนชาวบ้านมาร่วมดื่มเหล้า โดยหวังว่าชาวบ้านจะเปี่ยมไปด้วยความสุขและความเจริญรุ่งเรือง เป็นการเชิญเทพเจ้าแห่งภูเขา เทพเจ้าแห่งน้ำ และบรรพบุรุษผ่านเสียงฆ้องให้มารับทราบและร่วมฉลองกับชาวบ้าน”
ศิลปิน อี คลอต บวน ยา เผยอีกว่า ปกติแล้วนักเต้นจะสวมชุดชนเผ่าเอเดที่เป็นกระโปรงเสื้อปักลายพื้นเมือง ตามธรรมเนียมโบราณ ก่อนดื่มเหล้าอุ ต้องเทน้ำเปล่าลงไหเหล้าและน้ำที่ใช้เทนั้นจะต้องนำมาจากแหล่งน้ำของหมู่บ้านเพราะเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ถ้าถวายเหล้า 3 ไห ก็จะมีนักเต้นรำ 3 คน ถ้า 7 ไห ก็จะมีนักเต้นรำ 7 คน แต่โดยปกติแล้วจะมีจำนวน 5 คนขึ้นไป และต้องเป็นเลขคี่ไม่ใช่เลขคู่ ในอดีต ก่อนดื่มเหล้าต้องเทน้ำใส่ไหและจะต้องตักมาจากท่าน้ำโดยใช้ลูกน้ำเต้าแห้ง ห้ามใช้น้ำจากแหล่งอื่นโดยเด็ดขาด”
การฟ้อนรำเชิญดื่มเหล้าไม่เพียงแค่เป็นพิธีกรรมในงานชุมชนของชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการแสดงศิลปะที่มีชีวิตชีวาซึ่งดนตรี การเคลื่อนไหวของร่างกาย และจิตวิญญาณผสานกันอย่างลงตัว ทุกก้าวทุกท่าทางล้วนแสดงออกด้วยความเคารพ แสดงถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ เทพเจ้า และชุมชน ท่ามกลางเสียงฆ้องที่ดังกึกก้องและเสียงหัวเราะอย่างสนุกร่าเริงของทั้งชุมชน ผู้ที่มีโอกาสมาร่วมงานก็จะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น ความจริงใจและความศักดิ์สิทธิ์ในวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของผืนดินที่ราบสูงเตยเงวียน ได้อย่างสมบูรณ์.
