โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยมีส่วนร่วมกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างเยาวชนทั้ง 2 ประเทศ

(VOVworld) - โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยครั้งที่ 8 ปี 2016 ได้มีขึ้นใระหว่างวันที่ 12 – 22 กรกฎาคม ณ กรุงฮานอยและจังหวัดต่างๆในภาคเหนือเวียดนาม โดยนักศึกษาเวียดนามและไทย รวม 24 คนได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการไปศึกษาข้อมูลเพื่อแนะนำให้เพื่อนๆชาวไทยและเวียดนามรับทราบ เกี่ยวกับเอกลักษณ์วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของเวียดนาม เช่น วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ อาหารริมฟุตบาทและกิจกรรมโฮมสเตย์ในเขตชานกรุงฮานอย เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนทั้ง 2 ประเทศนับวันใกล้ชิดมากขึ้น

(VOVworld) - โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยครั้งที่ 8 ปี 2016 ได้มีขึ้นใระหว่างวันที่ 12 – 22 กรกฎาคม ณ กรุงฮานอยและจังหวัดต่างๆในภาคเหนือเวียดนาม โดยนักศึกษาเวียดนามและไทย รวม 24 คนได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการไปศึกษาข้อมูลเพื่อแนะนำให้เพื่อนๆชาวไทยและเวียดนามรับทราบเกี่ยวกับเอกลักษณ์วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของเวียดนาม เช่น วัฒนธรรมการดื่มกาแฟ อาหารริมฟุตบาทและกิจกรรมโฮมสเตย์ในเขตชานกรุงฮานอย เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชนทั้ง 2 ประเทศนับวันใกล้ชิดมากขึ้น

โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยมีส่วนร่วมกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างเยาวชนทั้ง 2 ประเทศ - ảnh 1
ภาพในพิธีเปิดโครงการ

ในกรอบโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยครั้งที่ 8 ปี 2016 ลานแอง นักศึกษาหญิงคนเวียดนามที่มีรูปร่างอวบอิ่มสวมแว่นตามีบัดดี้เป็นนักศึกษาผู้หญิงชาวไทยชื่อพิมที่มีผมหยิกและผิวแทน  โดยลานแองและพิมและบัดดี้อีก 11 คู่เวียดนาม-ไทยได้มีโอกาสศึกษาด้านภาษาและวัฒนธรรมของทั้ง 2 ประเทศ รวมทั้งไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของเวียดนาม เช่น สุสานประธานโฮจิมินห์ เขตโบราณสถานวันเมี๊ยว – ก๊วกตึ๊อย้ามและอ่าวฮาลอง ตลอดจนกิจกรรมโฮมสเตย์ที่ฟาร์มเกษตรในอำเภอบาหวี่ของกรุงฮานอยและเยือนโรงงานของบริษัทซีพีในจังหวัดหายเยือง ซึ่งทำให้ลานแองและพิมมีประสบการณ์มากมายและมีความทรงจำดีๆจากกิจกรรมเหล่านี้
“เพื่อนเวียดนามของหนูชื่อลานแอง ซึ่งเขาเรียกชื่อไทยว่า กมลรัตน์ ซึ่งเพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนที่ค่อนข้างตลก มีอะไรก็จะแนะนำให้เราทราบ หรือ เดินไปโน่นไปนี่ อธิบายเราทุกอย่าง พยายามทำให้เราสนุกตลอดเวลา เธอบอกว่า อย่าเบื่อนะ เวลาเราไปเวียดนาม อากาศจะค่อนข้างต่างกับเมืองไทยที่มันจะไม่ค่อยมีลม เธอก็ถามว่า ร้อนไม๊ ฉันพัดให้นะ อะไรอย่างนี้ค่ะ รู้สึกว่า มีคน take care ตลอดเวลา”
“พิมใช้ตะเกียบทานอาหารไม่เป็น ซึ่งบางทีก็ทำให้ทุกคนหัวเราะกับความเปิ่นของเธอ พิมก็พยายามฝึกการจับตะเกียบและหนูก็ช่วยแนะนำวิธีการใช้ตะเกียบให้แก่เธอบ่อยๆ หนูยังจำได้ว่า หลังจากเสร็จสิ้นหน้าที่ต่างๆในวันนั้นแล้ว ในช่วงบ่าย หนูและพิมได้เดินทอดน่องบริเวณวิหารหงอกเซินและพูดคุยกันตลอดเวลา หนูหวังว่า ในเวลาอันใกล้นี้ หนูจะมีโอกาสได้ไปประเทศไทยและพบปะกับพิมอีกครั้ง”

โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยมีส่วนร่วมกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างเยาวชนทั้ง 2 ประเทศ - ảnh 2
คณะเยาวชนเวียดนาม-ไทยไปเยือนสุสานประะานโฮจิมินห์

ส่วนสำหรับนาย หมู นักศึกษาชายจากกรุงเทพฯ การเยือนเวียดนามครั้งนี้ได้ช่วยให้เขามีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับประเทศเวียดนามและประเทศไทยจากมุมมองของเพื่อนๆชาวเวียดนาม โดยเฉพาะนักศึกษาหญิงลิง ซึ่งเป็นบัดดี้ของหมูในกรอบโครงการนี้“ลิง เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าพูดกับคนอื่น แต่พอเขาต้องมาเป็นบัดดี้ผม เขาก็พยายามคุย พยายามชวนถามเรื่องต่างๆครับ เขาก็รู้เรื่องเกี่ยวกับประเทศไทยเยอะมาก เยอะกว่าที่ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับประเทศเวียดนาม พวกเราได้คุยกันเรื่อยๆครับ ไม่คิดว่าคือเราต่างเพศกัน ฉันเป็นผู้ชาย เขาเป็นผู้หญิง เขาก็พูดภาษาไทยไม่ได้ ผมพูดภาษาเวียดนามไม่ได้ เราสื่อสารกันด้วนแค่ภาษาอังกฤษ แต่เราก็มีเรื่องคุยกันเยอะแยะ รู้สึกว่า เขาเป็นเจ้าภาพที่ดีครับ”
นอกเหนือจากกิจกรรมตามกลุ่มในกรุงฮานอยแล้ว กิจกรรมโฮมสเตย์ในเขตชานกรุงฮานอยถือเป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เยาวชนทั้ง 2 ประเทศมีประสบการณ์มากมาย  ลอง นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮานอยได้เผยว่า“กิจกรรมที่สร้างความประทับใจมากที่สุดให้แก่ผมคือกิจกรรมโฮมสเตย์ในอำเภอบาหวี่เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยพวกเราได้จับปลาและปรุงอาหารร่วมกัน รวมทั้งได้ชมการแสดงศิลปะและการตีฆ้องของชนเผ่าเหมือง ในตอนเย็น นักศึกษาทั้งหมด 24 คนนอนในห้องเดียวกันและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งช่วยให้เราสนิทสนมกันมากขึ้น”

โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยมีส่วนร่วมกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างเยาวชนทั้ง 2 ประเทศ - ảnh 3
กิจกรรมโฮมเตย์ในอำเภอบาหวี่

โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยได้รับการจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 8 ที่จัดโครงการดังกล่าว ณ ประเทศเวียดนามภายใต้การอุปถัมภ์ของสถานทูตไทยประจำเวียดนามและมีการสลับกันจัดขึ้น จนถึงขณะนี้ มีเยาวชนเวียดนามและไทยเกือบ 200 คนเข้าร่วม นาย มานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนามได้ประเมินผลการปฏิบัติโครงการในปีนี้ว่า“ผมคิดว่าประเด็นสำคัญคือทำให้เยาวชนของทั้ง 2 ฝ่ายได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันถึงสิ่งที่เรามีเหมือนกันและสิ่งที่เรามีแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตของ 2 ประเทศ ซึ่งจริงๆมีความคล้ายคลึงกันมากเพราะว่าไทยกับเวียดนามอยู่ในเขตที่มีภูมิอากาศเดียวกัน แล้วก็มีผลผลิตด้านการเกษตรและอาหารทุกอย่างก็คล้ายคลึงกันมากเหลือเกิน ส่วนสิ่งที่แตกต่างกันนั้น ก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำการเรียนรู้ซึ่งกันและกันเพื่อนำมาเป็นจุดร่วมกันในอนาคต”
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องลาจากกัน เยาวชนเวียดนามและไทยได้ร้องเพลงเกี่ยวกับความสัมพันธ์มิตรภาพที่ดีงามในปัจจุบันและสัญญาว่า เราจะมาพบกันใหม่ในอีก 2 ปีข้างหน้าเมื่อมีการจัดโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยครั้งที่ 10 ในประเทศเวียดนามเนื่องจากโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเวียดนาม-ไทยครั้งที่ 10 จะเชิญเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ครั้งแรกมาจนถึงครั้งที่ 10 มาร่วมสนุกกันตามคำประกาศของนาย มานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด