การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14: เผยแพร่บรรยากาศแห่งความสามัคคีต่อเพื่อนมิตรนานานาชาติ
(VOVWORLD) - การจัดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 ได้ดึงดูดความสนใจของสื่อมวลชนต่างชาติ
1prime.ru ของรัสเซีย (VNA) |
เว็บไซต์ 1prime.ru ของรัสเซียรายงานว่า การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 มุ่งเน้นการอภิปรายและอนุมัติยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามจนถึงปี 2030 และประเด็นสำคัญด้านการจัดตั้งองค์กรและบุคลากร โดยใน 4 ปีข้างหน้าจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ต่อการบรรลุเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ต่างๆ คือถึงปี 2030 เวียดนามจะพัฒนาเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีอุตสาหกรรมทันสมัยและมีรายได้ปานกลางระดับสูง วางรากฐานสำหรับก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ในระยะต่อไปและถึงปี 2045 จะกลายเป็นประเทศพัฒนาที่มีรายได้สูง
เว็บไซต์ของพรรคแนวร่วมปลดปล่อยโมซัมบิกหรือ Frelimo ซึ่งเป็นพรรคกุมอำนาจของโมซัมบิกเสนอข่าวที่ย้ำถึงบรรยากาศแห่งความสามัคคี ความชื่นมื่นและความคึกคักในกรุงฮานอยในช่วงวันเตรียมการและพิธีเปิดสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม โดยผู้สื่อข่าวของ Frelimo รายงานจากกรุงฮานอยว่า ผ่านการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคครั้งนี้ กรุงฮานอยยังคงยืนยันถึงบทบาทการเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมของประเทศในการสนับสนุนและเผยแพร่คุณค่าของความสามัคคีที่นับวันยิ่งแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในหมู่ประชาชนเวียดนาม
เว็ปไซต์ของ Frelimo |
หนังสือพิมพ์ Granma ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์คิวบาได้ลงบทวิเคราะห์ที่พาดหัวว่า “เวียดนามกำลังวางรากฐานสำหรับระยะของการพึ่งตนเองเชิงยุทธศาสตร์” โดยย้ำว่า การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ได้วางพื้นฐานให้แก่ระยะแห่งการพัฒนาใหม่ของเวียดนามบนพื้นฐานของการพึ่งตนเองเชิงยุทธศาสตร์ และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับความผันผวนของโลก หนังสือพิมพ์ uventud Rebelde ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของสหภาพเยาวชนคอมมิวนิสต์คิวบา ยืนยันว่า ภายใต้การนำของพรรค คนเวียดนามในยุคปัจจุบันไม่ต้องดำรงชีวิตอยู่ในความหวาดกลัวจากระเบิดของสงครามอีกแล้ว หากกำลังทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์ประเทศให้ผาสุก เจริญก้าวหน้าและเปี่ยมไปด้วยมนุษยธรรม
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ ReporteAsia ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่พาดหัวว่า “ยุทธศาสตร์ของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 ในยุคใหม่” ของ ดร. Ruvislei González Saez รองนายกสมาคมมิตรภาพคิวบา–เวียดนาม ซึ่งชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ปี 2030 และปี 2045 สะท้อนความปรารถนาของเวียดนามในการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงกับความยุติธรรมทางสังคม การพัฒนามนุษย์และค้ำประกันความมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน จากมุมมองของนักวิชาการและผู้เคลื่อนไหวด้านการต่างประเทศ ดร. Ruvislei González Saez กล่าวว่า ความสำเร็จของเวียดนามได้สร้างแรงบันดาลใจที่สำคัญให้แก่ประเทศต่าง ๆ ในลาตินอเมริกาที่กำลังพยายามปกป้องอธิปไตยและแสวงหาเส้นทางการพัฒนาที่อิสระ.
กวางจุง ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนามประจประเทศสหรัฐ