ประชาคมระหว่างประเทศเตือนการทวีความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
(VOVWORLD) - เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศต่างเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดกลั้นและแสวงหามาตรการทางการทูต พร้อมทั้งเตือนถึงการทวีความตึงเครียดอย่างร้ายแรงซึ่งส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลางภายหลังการโจมตีใส่อิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล และการตอบโต้ของทางการเตหะราน
ซากรถยนต์ที่พบในที่เกิดเหตุหลังจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลและสหรัฐในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ (ISNA/REUTERS) |
หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเตือนถึงการทวีความตึงเครียดอย่างร้ายแรงซึ่งส่งผลกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลางภายหลังการโจมตีใส่อิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล และการตอบโต้ของทางการเตหะราน
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้จัดการประชุมพิเศษฉุกเฉิน ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์ก ในการเปิดการประชุม เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ อันโตนีโอ กูเตเรส ได้ประณามการโจมตีอิหร่าน พร้อมเตือนว่าปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบที่คาดเดาไม่ได้ และมีความเสี่ยงต่อการก่อให้เกิดการกระทำที่ไม่สามารถควบคุมได้ในภูมิภาคที่ไร้เสถียรภาพที่สุดในโลก และเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ “ทำทุกวิถีทางเพื่อป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก”
ในการประชุมครั้งนี้ เอกอัครราชทูตและผู้แทนทางการทูตของประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงและประเทศในตะวันออกกลางได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดและแถลงจุดยืนของตน โดยเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส เฌอโรม บอนนาฟองต์ เรียกร้องให้คลี่คลายความตึงเครียดและยืนยันว่า การให้ความเคารพกฎหมายระหว่างประเทศเป็นเงื่อนไขชี้ขาดต่อความมั่นคงในระยะยาวในตะวันออกกลางและทั่วโลก
เอกอัครราชทูตจีนกล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลเป็นการกระทำที่ “โจ่งแจ้ง” และประณามการใช้กำลังใดๆ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ ต้องให้ความเคารพอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพดินแดนของอิหร่านและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ส่วนเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ วาสซิลี เอ. เนเบนเซีย ประณามการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยระบุว่า อิหร่านเป็น “สมาชิกของสหประชาชาติที่มีอิสระและมีอธิปไตย”
ในวันเดียวกัน หลายประเทศทั่วโลกได้ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาผ่านมาตรการทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค ความเคารพอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของทุกประเทศ
กลุ่มฮามาสและกลุ่มญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์หรือ PIJ ได้แสดงความสามัคคีกับอิหร่าน โดยระบุว่าอิหร่านมีสิทธิ์ที่จะ “ปกป้องตนเองและยับยั้ง” จากการโจมตี ส่วนอิรักก็ประณามการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน และเตือนไม่ให้ดึงอิรักเข้าไปเกี่ยวข้องกับการปะทะ
หลังจากที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐในหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และจอร์แดน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียได้ประณามการโจมตีดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่า การกระทำของอิหร่านละเมิดอธิปไตยและเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเมืองของตน.