ภาคธุรกิจไทยตั้งความหวังว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเวียดนามจะเติบโตต่อไป

(VOVWORLD) - ในกรอบงานสัปดาห์สินค้าไทยปี 2026 (Thailand Week 2026)  ที่กำลังจัดขึ้น ณ กรุงฮานอย ภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยได้แสดงความเชื่อมั่นและความคาดหวังเป็นอย่างมากต่อโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างเวียดนามกับไทยในระยะการพัฒนาใหม่ภายหลังการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 
ภาคธุรกิจไทยตั้งความหวังว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเวียดนามจะเติบโตต่อไป - ảnh 1นางสาว อุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอย พร้อมบรรดาผู้แทนเยี่ยมชมบูธในงาน

 

ภาคธุรกิจและนักลงทุนไทยแสดงความเห็นว่า การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 คือเหตุการณ์ทางการเมืองที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์และการยึดมั่นในการดำเนินแนวทางการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของเวียดนามเพื่อสร้างพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับหุ้นส่วนระหว่างประเทศ รวมถึงไทย

นางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงฮานอยได้กล่าวถึงความสำคัญของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 โดยระบุว่าการ ประชุมครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งต่อเวียดนามในระยะการพัฒนาใหม่ มีการเตรียมการอย่างรอบคอบ ตลอดจนกำหนดวิสัยทัศน์และแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาวของพรรคและรัฐเวียดนาม 

“นี่เป็นโอกาสอันดีมาก การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามครั้งที่ 14 ทั้งพรรคและรัฐบาลเวียดนามมีการเตรียมการอย่างเป็นขั้นตอน เป็นครั้งประวัติศาสตร์และอยู่ในจังหวะที่เวียดนามก้าวไปข้างหน้าในยุคใหม่ที่มีความเจริญรุ่งเรือง วิสัยทัศน์และการวางแผนนโยบายในอนาคตข้างหน้า ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสำคัญเพราะว่า เป้าหมายหลักคือการสร้างความเจริญเติบโตให้แก่เศรษฐกิจเวียดนาม เวียดนามจะกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วในไม่ช้า ท่านผู้บริหารมีนโยบายให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นอย่างมากซึ่งก็จะเป็นนโยบายที่จะทำให้การเจริญเติบโตของเวียดนามจะเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว”

ภาคธุรกิจไทยตั้งความหวังว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเวียดนามจะเติบโตต่อไป - ảnh 2นาย กอบกุล ลือประไพ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัทศรีวรรณะ

นาย กอบกุล ลือประไพ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัท ศรีวรรณะ (SRIWANNA) กล่าวว่า เวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีประชากรเป็นจำนวนมาก และอัตราการขยายตัวของเมืองมีความรวดเร็ว ซึ่งสร้างเงื่อนไขที่อำนวยความสะดวกให้แก่สถานประกอบการไทยขยายการประกอบธุรกิจ

“หวังว่า ทางฝ่ายรัฐบาลและภาคเอกชนร่วมมือกัน พัฒนาธุรกิจ มีแผนการดีรองรับนักธุรกิจชาวต่างชาติ การคาดหวังในการออกบูธครั้งนี้คือเรามาหา Distributor พยายามกระจายสินค้าของเราให้ที่ประเทศเวียดนาม ทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักของคนเวียดนาม”

ภาคธุรกิจไทยตั้งความหวังว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเวียดนามจะเติบโตต่อไป - ảnh 3นางสาว พงษ์พัฒน์ รงสวัสดิ์ ตัวแทนธุรกิจของบริษัท ทรีพอยต์

ในขณะเดียวกัน นางสาว พงษ์พัฒน์ รงสวัสดิ์ ตัวแทนธุรกิจของบริษัท ทรีพอยต์ ประเมินว่า เวียดนามกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและเข้มแข็ง เปิดโอกาสไม่เพียงแต่ให้แก่สถานประกอบการขนาดใหญ่เท่านั้น หากยังเปิดโอกาสให้แก่สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศไทยอีกด้วย

“คิดว่า การพัฒนาของเวียดนามกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เป็นโอกาสของนักลงทุนชาวไทยที่สามารถเข้ามาบุกเบิกตลาดได้ จากเริ่มที่ตลาดใหญ่อยู่แล้วให้นักลงทุนหน้าใหม่อย่างบริษัทของเรา และอีกหลายๆบริษัทเข้ามาลงทุนในเวียดนามเพิ่มมากขึ้น จริงๆ ก็คาดหวังว่า จะมีโอกาสนำเข้าสินค้าไทยเพิ่มมากขึ้น เรื่องภาษีของการขนส่งต่างๆจะถูกลงหน่อยเพื่อให้ผู้ประกอบการและผู้นำเข้าจะสามารถนำเข้าสินค้าเพิ่มมากขึ้น ”

ในสภาวการณ์ที่เวียดนามกำลังเข้าสู่ระยะการพัฒนาใหม่และดำเนินการตามมติสำคัญของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 ภาคธุรกิจไทยเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างเวียดนามกับไทยจะยังคงได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่บนพื้นฐานของเสถียรภาพทางการเมือง วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาว และเป้าหมายการพัฒนาร่วมกัน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด