มติที่ 80 สร้างพื้นฐานให้เวียดนามสามารถรับมือกับความท้าทายระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

(VOVWORLD) - มติที่ 80 ได้วางเป้าหมายที่จะผลักดันให้เวียดนามติดอันดับท็อป 30 ประเทศในโลกด้านดัชนีซอฟต์พาวเวอร์โลกหรือ Soft Power Index รวมถึงแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกเพิ่มอีก 5-10 แห่งภายในปี 2045 
มติที่ 80 สร้างพื้นฐานให้เวียดนามสามารถรับมือกับความท้าทายระดับโลกอย่างมีประสิทธิภาพ - ảnh 1นาย Jonathan Wallace Baker หัวหน้าสำนักงานผู้แทนยูเนสโกประจำเวียดนาม (VNA)

 มติที่ 80-NQ/TW ของคณะกรรมการกรมการเมือง ลงวันที่ 7 มกราคม 2026 เกี่ยวกับการพัฒนาวัฒนธรรมในยุคสมัยใหม่ ถือเป็นนิมิตหมายสำคัญด้านแนวคิดและวิสัยทัศน์สำหรับการพัฒนาวัฒนธรรม พร้อมยืนยันถึงบทบาทของวัฒนธรรมในฐานะรากฐานทางจิตใจและพลังภายในอันแท้จริงต่อการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืนของประเทศชาติ รวมถึงการนำเสนอแนวทางการพัฒนาวัฒนธรรมที่ครอบคลุมและทันสมัย เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ UNESCO ได้แสดงความยินดีต่อคณะกรรมการกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเกี่ยวกับมติฉบับดังกล่าว

       ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเวียดนาม นาย Jonathan Wallace Baker หัวหน้าสำนักงานผู้แทนยูเนสโกประจำเวียดนาม ได้ย้ำว่า การกำหนดวัฒนธรรมเป็นทรัพยากรและเสาหลักของการพัฒนานั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเวียดนามในการให้ความสำคัญต่อมนุษย์ คุณค่า และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในระยะยาว จากมุมมองของยูเนสโก มติฉบับนี้ได้สร้างแนวนโยบายสำหรับกระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่เชิงโครงสร้างในด้านวัฒนธรรม เพื่อมุ่งสู่การระดมทรัพยากรทางสังคม พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และอนุรักษ์ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นการสานต่อขนบธรรมเนียมประเพณีอันยาวนานของชาวเวียดนามที่ให้ความสำคัญในคุณค่าแก่วัฒนธรรมอย่างสมเหตุสมผล ขณะเดียวกัน ยังสร้างรากฐานให้ประเทศสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในยุคดิจิทัลและบริบทโลกที่ผันผวน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

       ทั้งนี้ มติที่ 80 ได้วางเป้าหมายที่จะผลักดันให้เวียดนามติดอันดับท็อป 30 ประเทศในโลกด้านดัชนีซอฟต์พาวเวอร์โลกหรือ Soft Power Index รวมถึงแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกเพิ่มอีก 5-10 แห่งภายในปี 2045 นาย Jonathan Wallace Baker เผยว่า เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวและส่งเสริมคุณค่าของแหล่งมรดกโลกเหล่านี้ ในเวลาข้างหน้า ทางยูเนสโกจะยังคงประสานงานร่วมกับฝ่ายเวียดนามอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของการคุ้มครองและการบริหารจัดการมรดก ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและเคารพคุณค่าทางวัฒนธรรม พร้อมแบ่งปันและเผยแพร่ประสบการณ์และแนวทางการปฏิบัติของเวียดนามในระดับนานาชาติผ่านกลไกของยูเนสโกเกี่ยวกับมรดกโลกและเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ช่วยให้เวียดนามมีบทบาทและจุดยืนบนเวทีระหว่างประเทศได้มากขึ้น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด