เปิดประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 อย่างเป็นทางการ

(VOVWORLD) - เช้าวันที่ 20 มกราคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติในกรุงฮานอย ได้มีการเปิดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 อย่างเป็นทางการ โดยมีผู้แทน 1,586 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคกว่า 5.6ล้านคน
ที่ประชุมจัดขึ้นบนเจตนรมรณ์ "สามัคคี ประชาธิปไตย ระเบียบวินัย ก้าวกระโดดและพัฒนา" ภายใต้หัวข้อ " ใต้ธงพรรคที่รุ่งโรจน์ ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติเป้าหมายพัฒนาประเทศจนถึงปี2030ให้สำเร็จ พึ่งตนเองเชิงยุทธศาสตร์  เพิ่มความแข็งแร่งและความเชื่อมั่นในตนเอง ก้าวไปสู่ศักราชแห่งการผงาดของประชาชาติเพื่อสันติภาพ เอกราช ประชาธิปไตย เข้มแข็งร่ำรวย เจริญรุ่งเรือง มีอารยธรรม มีความผาสุก ก้าวไปสู้สังคมนิยมอย่างมั่นคง"
เปิดประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 อย่างเป็นทางการ - ảnh 1 ประธานประเทศเลืองเกื่องได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม (TTXVN)

ในนามของคณะประธานการประชุม ประธานประเทศเลืองเกื่องได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม โดยยืนยันว่า การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 เป็นกิจกรรมสำคัญทางประวัติศาสตร์ มุงสู่การรำลึกครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามในปี  2030 สะท้อนความมุ่งมั่นและความปราถนาของทั้งพรรค กองทัพและประชาชนบนเจตนารมณ์พึ่งตนเองเชิงยุทธศาสตร์ เพิ่มความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในตัวเองเพื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่เพื่อประเทศเวียดนามที่สันติภาพ เอกราช ประชาธิปไตย พัฒนาแข็งแกร่ง เจริญรุ่งเรือง มีอารยธรรม มีความผาสุก ก้าวไปสู่สังคมนิยมอย่างมั่นคง ที่ประชุมชื่นชมความมุ่งมั่นและความร่วมแรงร่วมใจของทั้งพรรค กองทัพและประชาชนในการฟันฝ่าอุปสรรค ปฏิบัติเป้าหมายและหน้าที่ต่างๆของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 โดยเฉพาะหน้าที่เชิงก้าวกระโดดในเชิงปฏิวัติให้ประสบความสำเร็จ

การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 มีขึ้นในสภาวการณ์ที่สถานการณ์ในภูมิภาคและโลกมีความผันผวนอย่างรวดเร็ว ซับซ้อน ยากที่จะคาดเดาได้ มีการเข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศใหญ่ๆที่เพิ่มขึ้น การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 การพัฒนา AI เทคโนโลยีดิจิทัล เทคโนโลยีเทคโนโลยีควอนตัมและเทคโนโลยีใหม่ๆที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านของชีวิตเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งทำให้ต้องกำหนดรูปแบบการขยายตัวและการพัฒนาใหม่ เพิ่มผลผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชาติ การบริหารสังคม การค้ำประกันงานด้านกลาโหม ความมั่นคง การต่างประเทศ โดยภายหลังการปฏิบัติแนวทางการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศมากว่า40 ปี เวียดนามได้ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ รอบด้าน มีความหมายทางประวัติศาสตร์ แต่ก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากต่างๆ เช่น การขยายตัวยังไม่ยั่งยืน ผลผลิตยังอยู่ในระดับต่ำ ขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจยังมีข้อจำกัด ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนบางส่วนยังยากลำบาก การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ โรคระบาดและความมั่นคงทางไซเบอร์ ประธานประเทศเลืองเกื่องชี้ชัดว่า "ที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 จะวางเป้าหมายของทั้งวาระ 2026-2030 ตัดสินใจในเป้าหมายยุทธศาสตร์ต่ออนาคตของประเทศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ทบทวนการปฏิบัติมติของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 สรุป  40 ปีการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศ ยืนยันผลสำเร็จ ระบุถึงข้อจำกัดข้อบกพร่องเพื่อถอดบทเรียนทั้งในด้านทฤษฎีและภาคปฏิบัติ" ประธานประเทศเลืองเกื่องยังย้ำว่า  "ที่ประชุมจะหารือและอนุมัติแนวทาง เป้าหมาย หน้าที่ ก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ระยะปี 2026-2030 วิสัยทัศน์จนถึงปี 2045 โดยเฉพาะมาตรการเชิงปฏิวัติที่เป็นก้าวกระโดดเพื่อพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว ยั่งยืน ปกป้องปิตุภูมิอย่างมั่นคง ต้องเลือกสมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคสมัยที่ 14 ที่มีคุณสมบัติเพรียบพร้อม สมกับการเป็นผู้นำและผู้รับใช้ประชาชน"

ต่อจากการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานประเทศเลืองเกื่อง  เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้อ่านรายงานเกี่ยวกับเอกสารที่จะยื่นเสนอต่อที่ประชุมครั้งนี้ โดยได้ชี้ชัดว่า ที่ประชุมต้องประเมินสถานการณ์อย่างถูกต้อง มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงใหม่แนวคิด เสริมสร้างระเบียบนโยบายให้สมบูรณ์ ยกระดับทักษะด้านธรรมาภิบาลแห่งชาติ มีการปฏิบัติอย่างเข้มแข็งเคร่งครัด เชิงก้าวกระโดดและมีประสิทธิภาพเพื่อประเทศเวียดนามที่สันติภาพ มีเอกราช ประชาธิปไตย เข้มแข็งร่ำรวย เจริญรุ่งเรือง มีอารยธรรม มีความผาสุกและก้าวไปสู่สังคมนิยมอย่างมั่นคง โดยร่างรายงานการเมืองที่ยื่นเสนอต่อที่ประชุมมีการเชื่อมโยงทั้งรายงานการเมือง รายงานเศรษฐกิจสังคมและรายงานสรุปงานด้านการสร้างสรรค์องค์กรพรรคให้เป็นรายงานเดียวที่รอบด้าน เป็นเอกภาพ มีการเจาะจงปัญหาสำคัญ เข้าใจง่าย จำง่ายและสามารถนำไปปฏิบัติอย่างสะดวก โดยแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการตามมติของที่ประชมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ถือว่าเป็นก้าวกระโดดเมื่อมีการระบุกลุ่มเป้าหมาย กระบวนการปฏิบัติ แหล่งพลังและเป้าหมายที่มุ่งถึง โดยเฉพาะต้องยึดหลักในการปฏิบัติคือ "พูดได้ทำได้" ระบุถึงเป้าหมาย หน้าที่ มาตรการ ความรับผิดชอบและผลงานที่บรรลุ ผสานก้าวกระโดดกับความยั่งยืน ระเบียบวินัยกับความพอใจของประชาชน

เปิดประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 อย่างเป็นทางการ - ảnh 2เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้อ่านรายงานเกี่ยวกับเอกสารที่จะยื่นเสนอต่อที่ประชุมครั้งนี้ (TTXVN)

เลขาธิการใหญ่พรรคโตเลิมเผยว่า ในการจัดทำร่างรายงาน ต้องยึดหลักในแนวทาง หลักนโยบายของพรรค ประยุกต์ใช้และพัฒนาลัทธิมากซ์-เลนินและแนวคิดโฮจิมินห์อย่างสร้างสรรค์ สานต่อ ส่งเสริมและพัฒนาเกียรติประวัติพันปีของประชาชาติ ดอกผลและสติปัญญาของทั้งพรรค ประชาชนและกองทัพบนเส้นทางการสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศและพิทักษ์รักษาประเทศเวียดนามสังคมนิยม "ในการร่างเอกสารการประชุมครั้งนี้มีการเกาะติดสถานการณ์ มีภาวะวิสัย รวบรวมสติปัญญาของทุกภาคส่วนและสะท้อนความปรารถนาของประชาชน วิจัยเป้าหมายและมาตรการต่างๆอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับสถานการณ์ และถือความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริงและประสิทธิภาพเป็นเงื่อนไขสำคัญ มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ความคิดเกี่ยวกับการพัฒน โดยถือวิทยาศษสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรมและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลเป็นพลังขับเคลื่อนหลัก  ระเบียบนโยบายที่สมบูรณ์ทันสถานการณ์และแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพสูงคือพื้นฐาน การพัฒนาสีเขียว ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและการรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นความต้องการที่จำเป็นต้องปฏิบัติ ประสิทธิผลของการใช้แหล่งพลังและผลผลิตเป็นตัวชี้วัดคุณภาพการขยายตัว" ซึ่งเลขาธิการใหญ่พรรคโตเลิมได้เผยว่า เวียดนามตั้งเป้าหมายว่า ในช่วงปี 2026-2030 จะรักษาบรรยากาศสันติภาพ เสถียรภาพ พัฒนาประเทศอย่างรวดเร็วยั่งยืน ปรับปรุงและยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พึ่งตนเองเชิงยุทธศาสตร์ เพิ่มความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในตัวเอง ก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ของประชาชาติ ปฏิบัติเป้าหมายที่วางไว้ให้สำเร็จคือจนถึงปี2030 เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีอุตสาหกรรมที่ทันสมัย มีรายได้ปานกลางในระดับสูง จนถึงปี 2045เป็นประเทศพัฒนา มีรายได้สูง เป็นประเทศเวียดนามตามแนวทางสังคมนิยมที่สันติภาพ เอกราช ประชาธิปไตย เข้มแข็งร่ำรวย เจริญรุ่งเรือง มีอารยธรรมและผาสุก

“มุ่งมั่นบรรลุอัตราการขยายตัวจีดีพีในช่วงปี2026 - 2030 ที่ร้อยละ10 ขึ้นไป รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรจนถึงปี2030 อยู่ที่ 8,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เวียดนามกำหนดรูปแบบการขยายตัวใหม่ที่อาศัยเศรษฐกิจฐานความรู้ เศรษฐกิจดิจิทัล เศราฐกิจหมุนเวียน ส่งเสรมบทบาทของเศรษฐกิจทุกภาคส่วน โดยภาครัฐมีบทบาทรักษาเสถียรภาพระดับมหภาค ความสมดุลใหญ่และแนวทางยุทธศาสตร์และกระตุ้นเศราฐกิจภาคอื่นๆ เศรษฐกิจภาคเอกชนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดในระบบเศรษฐกิจ สร้างบรรยากาศการประกอบธุรกิจที่เอื้ออำนวย ค้ำประกันสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สิน เสรีภาพในการประกอบธุรกิจ ส่งเสรมสถานประกอบการภายในประเทศพัฒนาเข้มแข็ง มีขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก นำความรู้และประยุกต์เทคโนโลยีในการผลิตและประกอบธุรกิจ

เลขาธิการใหญ่พรรคโตเลิมได้เผยว่า เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาดังกล่าว รายงานการเมืองได้ระบุถึง 12 แนวทางใหญ่ 6 หน้าที่หลักและ3 ก้าวกระโดดเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งแผนปฏิบัติการได้แปรหน้าที่ต่างๆให้เป็นรูปธรรมที่สามารถปฏิบัติได้ทันที สะท้อนความต้องการที่ชัดเจนคือคัดเลือกอย่างถูกต้อง ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทำงานอย่างเต็มที่และมีการวัดผลงาน  ซึ่งเลขาธิการใหญ่พรรคกล่าวว่า 3 ก้าวกระโดดยุทธศาสตร์ที่ถูกระบุในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 นั้นมีความหมายสำหรับช่วงปี 2021 – 2030 แต่ในวาระนี้ ต้องตระหนักปฏิบัติ 3 ก้าวกระโดดนั้นให้เคร่งครัด รวดเร็วและเต็มกำลังเนื่องจากปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงกระตุ้นเพื่อนำประเทศพัฒนารุดหน้าต่อไป นั่นคือก้าวกระโดดในด้านระเบียบการและภาคปฏิบัติ แหล่งบุคลากร การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเพรียง ระบบคมนาคมเชิงยุทธศาสตร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ตัวเมือง โทรคมนาคม โดยเฉพาะโครงสร้างดิจิทัลและฐานข้อมูล เป็นต้น

 “3 ก้าวกระโดดนี้มีความผูกพันกัน โดยกลไกระเบียบนโยบายจะเปิดแนวทาง บุคลากรคือฝ่ายค้ำประกันการปฏิบัติอย่างรวดเร็วและประสิทธิภาพ โครงสร้างพื้นฐานช่วยสร้างพื้นที่พัฒนาและสร้างแรงกระตุ้น  ซึ่งถ้าดำเนินการอย่างพร้อมเพรียงจะช่วยสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่และสถานะใหม่  แต่ถ้าทำแบบไม่จริงจัง  เราก็จะสูญเสียโอกาสพัฒนา

เลขาธิการใหญ่พรรคโตเลิมได้ย้ำว่า เวียดนามกำลังย่างเข้าสู่ระยะการพัฒนาใหม่ด้วยเกียรติประวัติที่รุ่งโรจน์ เป็นดอกผลของภารกิจการพัฒนาประเทศภายใต้การนำของพรรคในตลอด 96ปี การเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศในตลอด40 ปี พร้อมบทเรียนต่างๆที่ล้ำค่า พร้อมพลังที่เข็มแข็งของกลุ่มมหาสามัคคีชนในชาติและการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากประชาชน  “เรามีเหตุผลที่สมบูรณ์เพื่อที่จะมั่นใจว่า ด้วยความเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ด้านแนวคิดในระดับสูงสุด ปฏิบัติอย่างเด็ดขาด มีวินัยที่เคร่งครัด ถือประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง เราจะแปรความปรารถนาให้เป็นจริงได้อย่างแน่นอน นำประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในศักราชแห่งการพัฒนาของชาติก้าวสู่สังคมนิยม ภายใต้ธงอันรุ่งโรจน์ของพรรค ขอให้เราร่วมแรงร่วมใจกัน ยืนหยัดความเชื่อมั่น เชิดชูความรับผิดชอบ ส่งเสริมสติปัญญา และจุดประกายความปรารถนา  เพื่อให้ช่วงเวลาหลังการประชุมใหญ่พรรคนั้นเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพื่อให้ประชาชนได้เห็น ได้เชื่อมั่น ได้สนับสนุนและได้รับประโยชน์

เลขาธิการใหญ่พรรคโตเลิมชี้ชัดว่า การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 เป็นการประชุมแห่งความเชื่อมั่นและความคาดหวัง ของก้าวกระโดดและการปฏิบัติ ของระเบียบวินัยและความสร้างสรรค์ ความสามมัคคีและการพัฒนา ซึ่งมีขึ้นก่อนถึงช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ในปี 2030 ที่เป็นการรำลึกครบรอบ 100ปีการก่อตั้งและพัฒนาของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

"ความปรารถนาที่จะเห็นประเทศเวียดนามแห่งประชาธิปไตย เจริญเข้มแข็งและรุ่งเรือง อารยธรรมและผาสุกกำลังใกล้จะมาถึงอย่างไม่เคยมีมาก่อนที่ดั่งในมุกวันนี้ แต่ขณะเดียวกันเราก็จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ความต้องการที่เคร่งเครัดและแรงกดดันจากการแข่งขันมากเท่าที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ด้วยการสืบสานเกียรติประวัติอันรุ่งโรจน์ภายใต้ธงของพรรค ด้วยความสามัคคีและความพยายามร่วมกันของทั้งพรรค ประชาชน และกองทัพ ด้วยจิตใจยึดมั่นในการพึ่งตนเอง ความแข็งแกร่งในตัวเอง และความปรารถนาที่จะก้าวพัฒนาต่อไปของประชาชาติ ด้วยวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์และนโยบายที่ก้าวกระโดดที่ระบุไว้ในเอกสารที่นำเสนอต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 เราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เข้มแข็งและเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอนเพื่อนำประเทศพัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้น".

ในพิธีเปิดการประชุมใหญ่ครั้งนี้ ได้มีการต้อนรับบรรดาอดีตผู้นำพรรค รัฐ แนวร่วมปิตุภูมิเวียดนาม นักปฏิวัติอาวุโส คุณแม่วีรชนเวียดนาม ปัญญาชน ศิลปิน บุคคลสำคัญทางศาสนา และตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ตลอดจนเอกอัครราชทูตและหัวหน้าสำนักงานตัวแทนของประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศในเวียดนามเข้าร่วมพิธีเปิดประชุม.  

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด