(VOVWORLD) - ในฤดูใบไม้ผลินี้ นอกจากขนมแบ๊งจึงหรือข้าวต้มมัดใหญ่ ดอกเหมยและดอกท้อแล้ว บรรยากาศวันตรุษเต๊ตในหลายครอบครัวรุ่นใหม่ยังมีการเติมแต่งด้วยหนังสือ โดยกระดาษแต่ละหน้าถือเป็นการเปิดประตูพาเด็กๆ ย้อนกลับไปสัมผัสตรุษเต๊ตในอดีต ขนบธรรมเนียมประเพณีตรุษเต๊ตของแต่ละท้องถิ่น เพื่อให้ความรักในวัฒนธรรมเวียดนามซึมซับเข้าในจิตใจของพวกเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
กระดาษแต่ละหน้าถือเป็นการเปิดประตูพาเด็กๆ ย้อนกลับไปสัมผัสตรุษเต๊ตในอดีต |
“Nhâm nhi Tết Bính Ngọ” หรือสัมผัสบรรยากาศในตรุษเต๊ตปีมะเมียคือหนังสือรวมผลงานประจำปีของสำนักพิมพ์กิมด่ง ซึ่งประกอบด้วยเรื่องสั้น บทกวีและร้อยแก้วเชิงสารคดี เป็นต้น ซึ่งสร้างสรรค์โดยนักเขียนและนักวาดภาพประกอบหลายๆท่าน ที่ทุ่มเทแรงบันดาลใจทั้งหมดให้กับฤดูใบไม้ผลิและสัตว์มงคล“ม้า”แห่งปีมะเมีย หนังสือเล่มนี้เปิดบรรยากาศตรุษเต๊ตเวียดนามแบบดั้งเดิม ตั้งแต่เมนูอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ขนมแบ๊งจึง ถ้วยชาเขียว แยม ไปจนถึงกิจกรรมเชิงประสบการณ์ต่างๆ เช่น การทำภาพพิมพ์พื้นบ้าน การเขียนพู่กันหรือเทศกาลแข่งม้าต้นปี เป็นต้น นักเขียนกาวเหงวียดเงวียน ซึ่งเป็นผู้เขียนเรื่องสั้น “แขกแปลกหน้าในคืนส่งท้ายปีเก่า” ในหนังสือรวมผลงาน “Nhâm nhi Tết Bính Ngọ” กล่าวว่า
“ดิฉันเลือกฉากเรื่องราวที่ไม่ใช่ภาพชนบทเหมือนครั้งก่อนๆ แต่ครั้งนี้เป็นตัวเมือง ในบ้านพักรวมในอดีต ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนจำนวนมากที่จากบ้านเกิดมาใช้ชีวิตในตัวเมือง เด็กๆ จะช่วยพ่อแม่และเพื่อนบ้านเตรียมตรุษเต๊ต เช่น ห่อและต้มขนมแบ๊งจึงที่ลานของบ้านพักรวม ฉันคิดว่าเรื่องราวนี้จะช่วยให้เด็กๆ มองเห็นและเข้าใจสิ่งที่คุ้นเคยและเรียบง่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งซึมซับคุณค่าของขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของประชาชาติ”
หนังสือรวมผลงาน “Nhâm nhi Tết Bính Ngọ” |
นอกจากนี้ หนังสือรวมผลงาน “Nhâm nhi Tết Bính Ngọ” ยังเน้นถึงภาพลักษณ์ของม้าในชีวิตประจำวันและในวัฒนธรรมของชาวเวียดนาม ม้าเป็นสัญลักษณ์ของความอดทน ความมีอิสระ ความซื่อสัตย์และความใฝ่ฝันในการก้าวให้ไกลของชาวเวียดนาม นาง หวูถิกวิ่งเลียน รองผู้อำนวยการและบรรณาธิการใหญ่สำนักพิมพ์กิมด่ง กล่าวว่า
“ผลงานแต่ละเรื่องในชุด “Nhâm nhi Tết Bính Ngọ” ต่างพยายามเชื่อมโยงกับเนื้อหาเกี่ยวกับตรุษเต๊ตและเอกลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ สำหรับปีมะเมีย เราประทับใจเป็นพิเศษกับผลงานอยู่ 2 ชิ้น ชิ้นแรกคือบทความว่าด้วยการแสดงระบำม้าในภูมิภาคต่างๆ และอีกชิ้นหนึ่งเป็นเรื่องราวที่บอกเล่านิมิตหมายสำคัญของปีมะเมีย ซึ่งเชื่อมโยงกับเรื่องราวเกี่ยวกับประธานโฮจิมินห์ ดิฉันคิดว่านี่คือภาพของประวัติศาสตร์ และเมื่อผู้อ่านได้อ่านเรื่องราวเหล่านี้ จะรู้สึกสนุกและน่าสนใจเป็นอย่างมาก”
เด็กๆ ชอบอ่านหนังสือมากขึ้น |
มีหนังสืออีกชุดที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศตรุษเต๊ตคือหนังสือภาพชุด “Tết tuổi thơ” ที่พาผู้อ่าน “ออกไปฉลองตรุษเต๊ต” ทั่วทุกภูมิภาคของเวียดนาม โดยในระหว่างการเดินทางไปแต่ละที่ก็จะเปิดบรรยากาศฉลองตรุษเต๊ตที่แตกต่างกัน นาย เจิ่นจุงเฮี้ยว บรรณาธิการหนังสือ “Tết tuổi thơ” ของสำนักพิมพ์กิมด่งกล่าวว่า
“จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือ การถ่ายทอดบรรยากาศตรุษเต๊ตในหลากหลายพื้นที่ แม้ทั้งหมดจะอยู่ในประเทศเวียดนาม แต่ละแห่งล้วนมีความเป็นเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นภาคตะวันตกเฉียงใต้ ภาคกลางตอนใต้หรือบนเกาะที่ห่างไกล โดยนอกจากจะมีลักษณะร่วมของตรุษเต๊ตดั้งเดิมแล้ว แต่ละท้องถิ่นยังมีเอกลักษณ์และความน่าสนใจแตกต่างกัน ตั้งแต่สภาพอากาศ สีสันของดอกไม้ ไปจนถึงเมนูอาหารและกิจกรรมในช่วงต้นปีใหม่ ตรุษเต๊ตแบบดั้งเดิมงดงามและน่าสนใจซึ่งสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศเวียดนาม”
หนังสือชุด “Tết tuổi thơ” |
หนังสือชุด “Tết tuổi thơ” ยังเล่าเรื่องราวของเด็กๆ ชาวเวียดนามที่เกิดและเติบโตในต่างประเทศ ซึ่งได้กลับมาเวียดนามเพื่อฉลองตรุษเต๊ตเป็นครั้งแรก ท่ามกลางความแปลกใหม่และความซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก นาง Hollie Trần ผู้เขียนหนังสือเรื่อง “Bà ngoại trên mây” ในชุดหนังสือ “Tết tuổi thơ” ได้กล่าวว่า
“ฉันอยากเล่าเรื่องราวเล็กๆ เพื่อมอบความสุขในช่วงวันแรกของปีใหม่ “Bà ngoại trên mây” เป็นเรื่องราวของเด็กสองคน คือ เคทลิน และ เอเดน จากประเทศอังกฤษอันห่างไกล ที่ได้กลับบ้านเกิดเป็นครั้งแรกเพื่อฉลองตรุษเต๊ตร่วมกับพ่อแม่ ในการเดินทางครั้งนี้ เด็กๆ ได้พบกับประสบการณ์หลาย ๆ อย่างเป็นครั้งแรก เช่น ครั้งแรกที่ได้เห็นตลาดตรุษเต๊ตอันคึกคัก ครั้งแรกที่ได้ก้าวเข้าไปในบ้านที่แม่ของพวกเขาเติบโตมาหรือครั้งแรกที่ได้ลิ้มลองอาหารที่แปลกใหม่และคุ้นเคย ทุกประสบการณ์ล้วนแปลกใหม่ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพัน ทำให้การเดินทางครั้งนี้กลายเป็นความทรงจำที่น่าจดจำและเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึก”
หนังสือชุด “Bà ngoại trên mây” ก็ได้รับความชื่นชอบจากเด็กๆ |
กิจกรรมการอ่านหนังสือแบบนี้ได้ช่วยหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งคุณค่าขนบธรรมเนียมประเพณีลงสู่จิตใจของเด็กๆ ผ่านทุกหน้ากระดาษ
“ผมประทับใจกับหนังสือเรื่องตรุษเต๊ตเป็นอย่างมาก ภาพของม้าที่คล่องแคล่ว น่ารักและสง่างามแข็งแกร่งมาก ซึ่งถูกวาดขึ้นด้วยสีสันหลากหลายก็ยิ่งดึงดูดใจผมมาก ผมอยากออกไปสำรวจว่า ตัวม้านี้มีเรื่องอะไรที่น่าศึกษาค้นคว้าต่อ”
“เมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมอ่านหนังสือนี้ หนูสามารถเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับตรุษเต๊ตในแต่ละท้องถิ่น เช่น ตรุษเต๊ตที่ฮานอยมีขนมแบ๊งจึง มีดอกท้อและต้นส้มจี๊ด แต่เมื่อได้อ่านหนังสือ หนูก็รู้ว่า ตรุษเต๊ตในที่อื่นยังมีดอกเหมยและขนมแบ๊งแต๊ดด้วย”
หนังสือที่เล่าเรื่องราวตรุษเต๊ตได้ช่วยหล่อหลอมและเติมเต็มความรักในวัฒนธรรมตรุษเต๊ตดั้งเดิมให้กับเด็กๆ การอ่านหนังสือและการพูดคุยถึงตรุษเต๊ตในวันวานคือวิธีการที่ดีช่วยให้แต่ละครอบครัวสามารถอนุรักษ์และส่งต่อคุณค่าประเพณีแบบดั้งเดิมในชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างยั่งยืน./.