(VOVWORLD) - ปัจจุบัน จังหวัดกว๋างนิงเป็นท้องถิ่นแนวหน้าของประเทศในกระบวนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่ชุมชน โดยเฉพาะในเขตชนบท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนทางดิจิทัลไม่เพียงแค่เอื้อประโยชน์ต่อบริเวณเมืองใหญ่เท่านั้น แต่ยังสามารถกลายเป็น "แรงขับเคลื่อนใหม่" สำหรับพื้นที่ชนบท เขตเขา และหมู่เกาะต่างๆ อีกด้วย ถ้าหากบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นทุกคนสนใจเรียนรู้และปรับตัวอย่างกระตือรือร้น
นับตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบัน ทางการจังหวัดได้จัดคอร์สการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้แก่ประชาชน |
ที่บ้านชุมชน ณ หมู่บ้านท้งเญิด ตำบลหายหล่าง ชาวบ้านได้เรียกคอร์สการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ว่าเป็น “ห้องเรียนดิจิทัล” ในบรรยากาศที่สนุกสนาน ซึ่งห้องเรียนพิเศษนี้มีผู้เข้าร่วมที่เป็นผู้สูงอายุจำนวนมากที่เพิ่งได้ใช้งาน VNeID เป็นครั้งแรก การชำระเงินแบบไร้เงินสด หรือการอัพเดทข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จากกลุ่ม Zalo และ Facebook โดยกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้านได้กลายเป็น "ทีมเทคโนโลยีดิจิทัลเคลื่อนที่" จะค่อย ๆ สอนชาวบ้านในทีละขั้นตอน นาย ฝ่ามโห่งฟอง วัย 75 ปี รองเลขาธิการสาขาพรรคและหัวหน้าคณะกรรมการแนวร่วมปิตุภูมิหมู่บ้านท้งเญิด กำลังหัดกรอกรายงานในแอปพลิเคชั่น “แนวร่วมปิตุภูมิดิจิทัล” แสดงความรู้สึกอย่างใจจริงว่า
“เด็ก ๆ ทีมเทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ให้คำแนะนำผมอย่างละเอียดครบถ้วน เพราะความจำของผมตอนนี้ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งการได้เรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ นั้นคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก”
เรื่องราวของนายฟองไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา จังหวัดกว๋างนิงห์ได้จัดการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลให้กับบรรดาเจ้าหน้าที่ข้าราชการและพนักงานหน่วยงานภาครัฐกว่า 15,600 คน พร้อมให้การสนับสนุนประชาชนอีกหลายพันคนในการใช้บริการสาธารณะทางออนไลน์ การชำระแบบไร้เงินสด รวมถึงลายเซ็นดิจิทัล โดย "ห้องเรียนดิจิทัล" เหล่านี้กำลังกลายเป็นสะพานเชื่อมที่ช่วยให้ประชาชนมีความมั่นใจในสภาพแวดล้อมดิจิทัล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อเกณฑ์การประเมินเจ้าหน้าที่และองค์กรพรรคระดับท้องถิ่นตามมติที่ 57 ของกรมการเมืองเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมสร้างสรรค์ และการปรับเปลี่ยนทางดิจิทัลระดับชาติ
"ห้องเรียนดิจิทัล" เหล่านี้กำลังกลายเป็นสะพานเชื่อมที่ช่วยให้ประชาชนมีความมั่นใจในสภาพแวดล้อมดิจิทัล |
นาง เหงวียนถิเกวียน นายกสมาคมเกษตรกรหมู่บ้านท้งเญิด ตำบลหายหล่าง จังหวักกว๋างนิง เผยว่า
“การปรับเปลี่ยนแบบนี้ช่วยเปิดโลกทัศน์ของพวกเราให้กว้างขึ้น พวกเขาจะสอนให้เราแล้วเราก็จะถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นให้กับชาวบ้าน ยิ่งได้ข้อมูลมากเท่าไหร่ ชาวบ้านก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นเท่านั้น เช่น ในระหว่างการประชุม พวกเขาจะส่งเอกสารราชการและเอกสารอื่น ๆ ผ่านทาง Zalo ”
ส่วนนาง ลี๊ถิจิง รองประธานแนวร่วมปิตุภูมิและเลขานุการกองเยาวชนฯ ตำบลหายหล่าง จังหวักกว๋างนิง ได้ย้ำถึงความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรสำหรับการปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัลว่า
“เพื่อให้การดำเนินงานด้านการปรับเปลี่ยนทางดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ที่เพียงพอ สำหรับการปฏิบัติงานและการประชาสัมพันธ์การเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนทางดิจิทัล อย่างที่สองคือเรื่องบุคลากร ซึ่งต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะความชํานาญด้านไอทีในเชิงลึก เพื่อสามารถให้คำแนะนำการใช้งานแอปพลิเคชั่นและซอฟต์แวร์ต่าง ๆ”
จังหวัดกว๋างนิงเป็นท้องถิ่นแนวหน้าของประเทศในกระบวนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่ชุมชน โดยเฉพาะในเขตชนบท |
ส่วนในตำบลชายแดน แหว่งโม ซึ่งประชากรกว่าร้อยละ 94 เป็นชนกลุ่มน้อย ทางการปกครองท้องถิ่นได้จัดหาคอมพิวเตอร์ให้กับหมู่บ้านต่าง ๆ และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใช้งานแอปพลิเคชั่น นาย หว่างเกียนจุง รองประธานคณะกรรมการส่วนตำบล เผยว่า
"พวกเราเชื่อว่า ความพยายามจะนำไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งถ้าหากใครไม่สามารถทำได้ในครั้งแรก พวกเราก็จะแนะนำเพิ่มเติม จนกว่าพวกเขาจะใช้งานได้คล่อง แต่อย่างไรก็ดี ในอนาคต ยังคงต้องการกลุ่มคุณครูสอนเป็นหลัก เมื่อหลาย ๆ ครัวเรือนในพื้นที่ใกล้เคียงต้องการเดินเรื่องเอกสารราชการต่าง ๆ ซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้การสนับสนุนในพื้นที่นอกชุมชน"
เรื่องราวต่าง ๆ เหล่านี้ได้แสดงให้เห็นว่า การปรับเปลี่ยนทางดิจิทัลนั้น ไม่ได้เพียงแค่เป็นการติดตั้งแอพฯ หรือการใช้งานซอฟต์แวร์เท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแนวคิดด้านการบริหารปกครอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างโปร่งใสและรวดเร็ว เป็นก้าวสำคัญสำหรับจังหวัดกว๋างนิงในการลดช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างพื้นที่เขตเมืองกับเขตชนบทและเขตเขา และไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง"
ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนสู่ยุคดิจิทัลไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของผู้คน ซึ่งในจังหวัดกว๋างนิง จากห้องเรียนเล็ก ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายได้สะท้อนจิตใจอันแน่วแน่ของระบบปกครองภาครัฐสมัยใหม่ที่รับใช้ประชาชนในยุคแห่งการพัฒนาใหม่./.