ผลสำเร็จในการพัฒนาประเทศของเวียดนามเป็นแบบอย่างที่ควรค่าแก่การเรียนรู้
Vietnam Times -  
(VOVWORLD) - “เวียดนามกำลังเติบโตเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางและนับวันมีบทบาทที่โดดเด่นมากขึ้นในประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนและสหประชาชาติ ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์เชิงยุทธศาสตร์ ศักยภาพทางเศรษฐกิจ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ล้วนมีส่วนช่วยเสริมสร้างบทบาทและความสำคัญของเวียดนามทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก” นี่คือความเห็นของ ดร.ธัญญาทิพย์ ศรีพนา ผู้เชี่ยวชาญด้านเวียดนามศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเวียดนามไทม์ (Vietnam Times) เมื่อเร็วๆ นี้
ดร.ธัญญาทิพย์ ศรีพนา ผู้เชี่ยวชาญด้านเวียดนามศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม (thoidai.com.vn) |
ด้วยประสบการณ์ในการวิจัยเกี่ยวกับเวียดนามและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามมากว่า 30 ปี รวมถึงการลงพื้นที่เพื่อวิจัยและทำงานในเวียดนามอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1992 ดร.ธัญญาทิพย์ ศรีพนา เผยว่า เขาเองได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้า และความพยายามของเวียดนามในการแก้ไขข้อจำกัดพร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน โดยกระบวนการพัฒนาของเวียดนามภายหลังช่วงเวลา 40 ปีจากการปฏิรูปประเทศหรือ โด๋ยเม้ย ได้สร้างรูปแบบในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นประสบการณ์อันมีค่าที่หลายประเทศสามารถเรียนรู้ได้
ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เวียดนามยังคงยึดมั่นในนโยบายการต่างประเทศที่อิสระ พึ่งตนเอง พหุภาคี และหลากหลาย ในขณะเดียวกัน ยังมีความกระตือรือร้นในเชิงรุกและยืดหยุ่นในความสัมพันธ์กับพันธมิตรต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมหาอำนาจ ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันระดับภูมิภาคที่ตึงเครียดมากขึ้น ส่วนในเวทีพหุภาคี เวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทและความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจน โดยมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ พร้อมมีส่วนช่วยสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือ และการพัฒนาในภูมิภาคและทั่วโลก ในด้านเศรษฐกิจ ปัจจุบัน เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในอาเซียน
ดร.ธัญญาทิพย์ ศรีพนา ได้เห็นพ้องกับแนวทางให้ความสำคัญกับบทบาทของภารกิจด้านการต่างประเทศในการดำเนินงานตาม4มติหลัก ของกรมการเมืองเกี่ยวกับกลไกนโยบาย วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน และผสมผสานระหว่างประเทศ โดยมติที่ 59-NQ/TW ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อในแนวความคิดด้านการบูรณาการ ซึ่งสร้างแรงผลักดันให้เวียดนามก้าวเข้าสู่ระยะใหม่แห่งการพัฒนา ในการผสมผสานทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการทูตทางเศรษฐกิจ เวียดนามได้สร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับคู่ค้ากว่า 230 ประเทศและดินแดน ลงนามและปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรีหรือ FTA รวม 17 ฉบับ พร้อมยังคงส่งเสริมการเจรจากับหุ้นส่วนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนการทูตทางเศรษฐกิจมีส่วนช่วยนำเวียดนามอยู่ในกลุ่ม 32 เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดด้วยตัวเลข GDP พร้อมติดท็อป 20 ประเทศที่มีมูลค่าการค้าและการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่สูงสุดของโลก
นอกจากนี้ ดร.ธัญญาทิพย์ ศรีพนา ยังได้แสดงความเห็นว่า ปัจจุบัน เวียดนามถูกมองว่าเป็นประเทศที่กำลังมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นแบบอย่างที่ดีของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ประสบความสำเร็จ กับบทบาทและเสียงพูดที่ทรงอิทธิพลมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ หลังจาก 40 ปีแห่งการปฏิรูป โด๋ยเม้ย หรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศ เวียดนามได้บรรลุผลสำเร็จที่สำคัญๆ มากมายด้วยกระบวนการปฏิรูปเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ พร้อมปัจจัยต่างๆ ที่เอื้ออำนวย ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจมหภาคที่มั่นคง ระบบกฎหมายที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ต่อเนื่อง การบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์ที่อุดมสมบูรณ์ และต้นทุนแรงงานที่แข่งขันได้ ถึงแม้ยังคงมีข้อจำกัดบางประการเกี่ยวกับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานในบางส่วน ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ควบคู่กับเสถียรภาพทางการเมือง รวมถึงนโยบายป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้มีส่วนช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น พร้อมสร้างความน่าดึงดูดใจและชื่อเสียงให้กับเวียดนามในสายตาของนักลงทุนต่างชาติและประชาคมระหว่างประเทศ
ผลสำเร็จทางการทูตที่โดดเด่นได้มีส่วนช่วยยกระดับสถานะของเวียดนามบนเวทีระหว่างประเทศ โดยเวียดนามกำลังมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 194 ประเทศ สร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์หรือหุ้นส่วนรอบด้านกับ 38 ประเทศ ที่รวมถึงประเทศสมาชิกถาวรทั้งหมดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กลุ่มประเทศ G7 และกลุ่มประเทศ G20 ส่วนใหญ่ พร้อมเป็นสมาชิกที่กระตือรือร้นขององค์กรระหว่างประเทศกว่า 70 องค์กร โดยการทูตพหุภาคีได้มีส่วนช่วยเปลี่ยนสถานะของเวียดนามจากประเทศที่เคยถูกโดดเดี่ยวให้กลายเป็นสมาชิกที่มีความคล่องตัวและมีความรับผิดชอบของประชาคมระหว่างประเทศ ส่วนการทูตทางเศรษฐกิจและการผสมผสานระหว่างประเทศได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ในขณะที่การทูตทางวัฒนธรรมกำลังได้รับการดำเนินงานอย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ทั้งนี้ ดร.ธัญญาทิพย์ ศรีพนา ได้ย้ำว่า ความมุ่งมั่น ความเพียรพยายาม ความสามัคคี ความรักชาติ ความสามารถในการปรับตัว และการปฏิบัติตามแนวทางและนโยบายของพรรคฯ อย่างจริงจังคือพื้นฐานของความสำเร็จของเวียดนาม โดยเวียดนามจะกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักที่สำคัญของประชาคมอาเซียนในหลายด้าน และความสำเร็จนั้นของเวียดนามถือเป็นแบบอย่างที่ควรค่าแก่การเรียนรู้สำหรับหลายๆ ประเทศ ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศอื่นๆ นอกภูมิภาค.
Vietnam Times