ข้อเสนอของเวียดนามเกี่ยวกับเนื้อหาการหารือในฟอรั่มอนาคตแห่งอาเซียนว่าด้วยความสามัคคีและการพึ่งตนเองของอาเซียน สอดคล้องกับผลประโยชน์ของทุกประเทศสมาชิกอาเซียน นี่คือคำยืนยันของศาสตราจารย์ หมีเหลียง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศปักกิ่ง ประเทศจีน ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเนื่องในโอกาสฟอรั่มอนาคตแห่งอาเซียน ที่จัดขึ้น ณ กรุงฮานอย ในระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน ซึ่งการประชุมครบองค์เน้นถึงความสามารถในการฟื้นฟู ความสามัคคี และการพึ่งตนเองของอาเซียน โดยกำหนดฟอรั่มนี้เป็นเวทีการสนทนาที่เปิดกว้างที่สนับสนุนกลไกที่มีอยู่ของอาเซียน ย้ำถึงการสร้างสรรค์ประชาคมอาเซียนที่ถือประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบการขยายตัวใหม่ในสภาวการณ์ที่สถานการณ์โลกไร้เสถียรภาพ ปกป้องผลประโยชน์และความสามารถในการฟื้นฟูของทุกคน ไม่ปล่อยให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

สำหรับการป้องกันการปะทะ ศาสตราจารย์ หมีเหลียง แสดงความเห็นว่า นี่เป็นหนึ่งในสามหัวข้อหลักของการประชุมครั้งนี้ การหารือเกี่ยวกับหัวข้อดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสันติภาพ เสถียรภาพในภูมิภาค และสร้างสภาพแวดล้อมภายในที่ปลอดภัยสำหรับการพัฒนาของอาเซียน

สำหรับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI และเทคโนโลยี AI ศาสตราจารย์ หมีเหลียง ยืนยันว่า นี่เป็นหนึ่งในเนื้อหาที่กำหนดแนวทางสำคัญในฟอรั่ม เนื่องจากประเด็นการส่งเสริมเทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาภูมิภาค ร่วมกันแก้ไขความท้าทายด้านการธรรมาภิบาล จริยธรรม และความปลอดภัยทางไซเบอร์ กำลังเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการหยิบยกขึ้นมาหารือ

สำหรับการที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดฟอรั่มอนาคตแห่งอาเซียน 3 ครั้งติดต่อกันซึ่งเป็นข้อคิดริเริ่มที่เวียดนามได้ประกาศในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 43 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเดือนกันยายนปี 2023 ศาสตราจารย์ หมีเหลียง ได้ย้ำถึงบทบาทที่นับวันเพิ่มขึ้นของเวียดนามในอาเซียน รวมถึงสถานะที่สูงขึ้นของเวียดนามในภูมิภาคและโลก.