ประชามติต่างประเทศต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14

(VOVWORLD) - ในการแถลงข่าวเพื่อสรุปกิจกรรมการทูตในปี 2025 ของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเมื่อวันที่ 20 มกราคม นาย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียได้ตอบคำถามเกี่ยวกับความเห็นต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 
ประชามติต่างประเทศต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 - ảnh 1นาย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย (TTXVN)

นาย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ ได้ย้ำถึงบทบาทการนำอย่างรอบด้านและต่อเนื่องของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและแสดงความเชื่อมั่นว่า  ผลการประชุมจะมีส่วนร่วมต่อการจัดทำแผนปฏิบัติความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามกับรัสเซียในเวลาข้างหน้า

ส่วนเว็บไซต์ kprf.ru ของพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซียและเว็บไซต์ rg.ru ของรัสเซียได้ลงบทความเกี่ยวกับการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 โดยชื่นชมความมุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงใหม่ที่ถือประชาชนเป็นพื้นฐานการพัฒนาในวาระใหม่เพื่อยกระดับคุณภาพแหล่งบุคลากร พัฒนาการศึกษา วัฒนธรรมและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ที่มีความคล่องตัวและสร้างสรรค์

ประชามติต่างประเทศต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 - ảnh 2สส. Yamaguchi Tsuyoshi

ส่วนในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเวียดนาม ณ กรุงโตเกียว สส. Yamaguchi Tsuyoshi หัวหน้าคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ของพรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ LDP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่นได้ให้ข้อสังเกตว่า พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีบทบาทสำคัญต่อทั้งภารกิจการพัฒนาประเทศเวียดนาม สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของประชาคมโลก

“พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีบทบาทสำคัญในการสร้างพัฒนาการใหม่ด้านการศึกษา การก่อสร้าง การอบรมแหล่งบุคลากรในยุคใหม่ โดยการอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ AI เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน ซึ่งเวียดนามและญี่ปุ่นมีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ ส่วนพรรค LDP และพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด”

ประชามติต่างประเทศต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 - ảnh 3นาย สวี่หนิงหนิง ประธานคณะกรรมการความร่วมมือธุรกิจอุตสาหกรรมของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP 

ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าววีโอวี ณ กรุงปักกิ่ง นาย สวี่หนิงหนิง ประธานคณะกรรมการความร่วมมือธุรกิจอุตสาหกรรมของความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP ได้ประเมินว่า สถานะของเวียดนามได้รับการยกระดับให้สูงขึ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศในตลอด 40 ปี ส่วนการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามจะสร้างนิมิตหมายในการย่างเข้าสู่ศักราชใหม่ ซึ่งแนวทางการพัฒนาที่ถูกระบุในการประชุมจะช่วยเวียดนามผสมผสานเข้ากับระบบห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทานภูมิภาค สร้างพื้นฐานให้แก่การยกระดับบทบาทของเวียดนามในกรอบ RCEP

“ภายหลังการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศมา 40 ปี เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเครือข่ายความสัมพันธ์ทางการทูตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับประเทศใหญ่ๆในโลก ติดในกลุ่ม 15 ประเทศที่มีมูลค่าการค้ามากที่สุดในโลกและอยู่อันดับที่ 2 ในอาเซียน มีบทบาทสำคัญในระบบห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค เข้าร่วมกลไกพหุภาคีต่างๆอย่างเข้มแข็ง เช่น อาเซียน ความร่วมมือล้านช้าง แม่โขง เป็นเศรษฐกิจเพิ่งโดดเด่นและมีส่วนร่วมรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและส่งเสริมการค้าเสรี”

นาย สวี่หนิงหนิง ยังชื่นชมเป้าหมายการขยายตัวที่ร้อยละ 10 ขึ้นไปของเวียดนามในปี 2026และเผยว่า เวียดนามควรผลักดันการเชื่อมโยงด้านอุตสาหกรรมกับหุ้นส่วนในภูมิภาค รวมถึงจีน

ประชามติต่างประเทศต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 - ảnh 4นาย Brian McFeeters (VNA)

โอกาสนี้ นาย Brian McFeeters อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำมาเลเซีย ประธานและซีอีโอของสภาธุรกิจสหรัฐ – อาเซียนหรือ USABC ได้ตั้งความหวังว่า ที่ประชุมฯ จะกำหนดวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนเพื่อนำเวียดนามเข้าสู่ศักราชแห่งการขยายตัวอย่างเข้มแข็ง ยั่งยืนและผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึกมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาวการณ์ที่เวียดนามกำลังตั้งเป้าหมายการขยายตัวจีดีพีให้อยู่ที่ร้อยละ 10 ขึ้นไป USABC และสถานประกอบการสมาชิกกว่า 190 แห่งพร้อมที่เดินพร้อมและสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าวของเวียดนาม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด