ประเทศต่างๆ เร่งควบคุมการเข้าออกเมืองเพื่อรับมือเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน
(VOVWORLD) -ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 29 พฤศจิกายนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 30 พฤศจิกายน เวียดนามพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 13,972 ราย โดยเป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ 6 รายและมีผู้ที่ได้รับการรักษาหาย 14,624 รายและผู้เสียชีวิต 197 ราย
จนถึงขณะนี้ เวียดนามมีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 1,237,115 รายและมีผู้ที่ได้รับการรักษาหายสะสม 989,348 รายและผู้เสียชีวิต 25,252 ราย เวียดนามได้ทำการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 122 ล้านโดสโดยผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสเกือบ 51 ล้านคน
ตามรายงานของเว็บไซต์ worldometers.info จนถึงบ่ายวันที่ 30 พฤศจิกายน ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 กว่า 262.3 ล้านรายและมีผู้เสียชีวิตกว่า 5.2 ล้านราย สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีกกว่า 5 แสน 3 พันรายและมีผู้เสียชีวิต 312 ราย
ในสภาวการณ์พบผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอนในหลายประเทศ นาย โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐได้เรียกร้องให้ประชาชนใจอย่าตื่นตระหนก โดยสหรัฐมีความพร้อมในการรับมือเชื้อไวรัสกลายพันธุ์นี้ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่า จะผลักดันการผลิตวัคซีนทุกชนิดถ้าหากมีความจำเป็น และได้ประกาศห้ามนักท่องเที่ยวจาก 8 ประเทศในแอฟริกาใต้เดินทางเข้าสหรัฐ
ในขณะเดียวกัน คิวบาได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผู้ที่เดินทางจากแอฟริกา โดยต้องมีหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม มีผลการตรวจ PCR เป็นลบ 3 ครั้งและต้องแยกตัวเป็นเวลา 7 วัน
ส่วนชิลีได้ประกาศคำสั่งห้ามเข้าประเทศนับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมสำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากหรือเคยแวะในประเทศแอฟริกาใต้และอีก 6 ประเทศแอฟริกาภายในเวลา 14 วัน ในขณะที่ญี่ปุ่นก็เพิ่มการตรวจสอบผู้ที่กลับจากประเทศและดินแดนที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอนเช่นกัน
ในวันเดียวกัน บรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มจี 7 ได้ประชุมฉุกเฉินผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 โดยออกแถลงการณ์ร่วมย้ำว่า โลกกำลังต้องรับมือภัยคุกคามจากเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอไมรอนที่สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว โดยจี 7 วางแผนจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าติดตามเชื้อไวรัสในทั่วโลกในกรอบองค์การอนามัยโลก พร้อมทั้งยอมรับปัญหาเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับสิทธิการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด -19 และผลักดันคำมั่นที่ให้การสนับสนุนของทุกประเทศสมาชิกกลุ่มจี 7.