(VOVWORLD) - ในรายงานการเมืองที่ยื่นเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 14 พรรคยังคงยืนยันความมุ่งมั่นปรับปรุงกลไกเศรษฐกิจเชิงตลาดตามแนวทางสังคมนิยมให้มีความสมบูรณ์ พร้อมเพรียง โดยเฉพาะนับเป็นครั้งแรกที่มีการระบุถึงคำว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจแบ่งปัน”อย่างเป็นทางการและรอบด้านในเอกสารของการประชุม แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการใหม่ที่เป็นก้าวกระโดดด้านแนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เปิดวิสัยทัศน์และแรงผลักดันใหม่ให้แก่การพัฒนาประเทศเวียดนาม
เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม (VNA) |
ตั้งแต่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 เมื่อปี 2021 พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามได้ระบุว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจหมุนเวียนและการขยายตัวสีเขียวเป็นรูปแบบการขยายตัวของหลายประเทศ” ดังนั้นเป้าหมายการพัฒนาระยะปี 2021-2030 เวียดนามควรสร้างสรรค์เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
พัฒนาการใหม่ด้านแนวคิดและทฤษฎี
ในการอ่านรายงานของคณะกรรมการกลางพรรคสมัยที่ 13 เกี่ยวกับเอกสารที่จะยื่นเสนอต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 ในการเปิดการประชุม เมื่อวันที่ 20 มกราคม เลขาธิการใหญ่พรรค โตเลิม ได้ชี้ชัดว่า
“ต้องกำหนดรูปแบบการขยายตัวใหม่คือเศรษฐกิจฐานความรู้ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน ต้องผลักดันการปรับเปลี่ยนสีเขียว การปรับเปลี่ยนพลังงานอย่างเคร่งครัด พร้อมเพรียงควบคู่กับความมั่นคงด้านพลังงาน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมสถานประกอบการพัฒนาเทคโนโลยี ยกระดับมาตรฐาน เดินหน้าปรับตัวรับมือมาตรฐานใหม่ด้านการค้าและการลงทุนระดับโลก”
ภาพการประชุม (VNA) |
บรรดาผู้วางนโยบายได้เผยว่า การที่คำว่า “เศรษฐกิจฐานความรู้ เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน”ถูกระบุในเอกสารที่ยื่นเสนอต่อการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 นั้นสะท้อนพัฒนาการใหม่ด้านความคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับเศรษฐกิจเชิงตลาดในเวียดนามที่สอดคล้องกับแนวโน้มการพัฒนาในโลก รอง ศ.ดร.ด่าวหงอกเตี๊ยน รองผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยการค้าต่างประเทศและนาย หว่างวันเกื่อง สมาชิกคณะกรรมาธิการการเงินและเศรษฐกิจของสภาแห่งชาติได้ให้ข้อสังเกตว่า
“นี่คือก้าวกระโดดของแนวคิดและความเข้าใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งถ้าเราตามทันแนวโน้มใหม่เหล่านี้ และเป็นหนึ่งในผู้เดินหน้าปฏิบัติแนวโน้มใหม่ ก็จะมีความได้เปรียบในการแข่งขัน โดยเศรษฐกิจและสถานประกอบการเวียดนามจะมีพื้นฐานที่มั่นคงเพื่อสามารถฟันฝ่าความยากลำบากและความท้าทายต่างๆท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก”
“ปัจจุบัน เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแนวโน้มการพัฒนาที่สำคัญในโลก โดยการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 ได้ระบุถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน ซึ่ง แสดงให้เห็นถึงการเกาะติดและตระหนักในแนวโน้มการพัฒนาของโลกในเชิงรุกเพื่อปรับปรุงและวางแผนปฏิบัติอย่างถูกทิศทาง ไม่ถอยหลัง ต่อยอดและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อตามทันประเทศพัฒนา”
กำหนดรูปแบบการขยายตัวใหม่ สร้างพลังขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาแบบก้าวกระโดด
ทั้งนี้ มีการตระหนักถึงบทบาทสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวในแนวโน้มการพัฒนาโลกและเป็นปัจจัยที่ค้ำประกันความเจริญรุ่งเรืองของประเทศเวียดนาม ซึ่งเรื่องนี้นับวันได้รับการยืนยันและให้ความสนใจพิเศษ นาย เหงวียนซวนทั้ง ผู้อำนวยการสถาบันการเมืองรัฐศาสตร์แห่งชาติโฮจิมินห์ได้ย้ำว่า
“เวียดนามต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของโลก เช่น การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การปรับเปลี่ยนสีเขียว การปรับเปลี่ยนพลังงานและแหล่งบุคลากร จากนั้นส่งเสริมศักยภาพและความได้เปรียบเพื่อสร้างก้าวกระโดดในการสร้างสรรค์เศรษฐกิจ เพิ่มผลผลิต คุณภาพ ประสิทธิภาพและมูลค่าเพิ่มของเศรษฐกิจ”
นาย หว่างวันเหงวี่ยม เลขาธิการพรรคสาขาและหัวหน้าคณะผู้แทนสภาแห่งชาติจังหวัดเซินลา (VNA) |
เพื่อสามารถปฏิบัติตามข้อเสนอดังกล่าว ในเอกสารของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 มีการระบุถึงความต้องการผลักดันการเปลี่ยนแปลงใหม่และปรับปรุงกลไกเศรษฐกิจตามแนวทางแก้ไขอุปสรรคและปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่ในการชี้นำและบริหารเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพัฒนาพลังการผลิตที่ทันสมัย ระดมแหล่งพลังสำหรับการขยายตัวในสภาวการณ์ใหม่ ซึ่งวิธีการเข้าถึงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจบทบาทชี้ขาดของกลไกระเบียบนโยบายต่อคุณภาพและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ ซึ่งแนวทางนี้กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านแนวคิดของสถานประกอบการและท้องถิ่นเมื่อรูปแบบเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังเป็นความได้เปรียบใหม่ในการแข่งขันของเศรษฐกิจ โดยในการอภิปรายเกี่ยวกับเอกสารของการประชุม นาย หว่างวันเหงวี่ยม เลขาธิการพรรคสาขาและหัวหน้าคณะผู้แทนสภาแห่งชาติจังหวัดเซินลาได้ให้ข้อสังเกตว่า
“จังหวัดเซินลากำหนดหน้าที่และมาตรการสำคัญต่างๆ ได้แก่ผลักดันการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรที่ปลอดสารพิษ มีคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดภายในประเทศและมาตรฐานส่งออก พัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนในภาคการเกษตร เกษตรปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์ เกษตรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รีไซเคิลและแปรรูผลิตภัณฑ์ ขยะและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ผสานการเกษตรกับอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว บริการ การผลิตกับการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปและจำหน่ายสินค้าเกษตร พัฒนาและใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานชีวมวล”
ทั้งนี้ การระบุคำว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน” ในเอกสารของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 14 แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการใหม่ด้านความคิด ทฤษฎีและความมุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงใหม่รูปแบบการขยายตัวของพรรค ซึ่งการแปรแนวทางดังกล่าวให้เป็นระเบียบกลไก นโยบายและการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและพร้อมเพรียงจะช่วยสร้างพื้นฐานที่มั่งคงให้เวียดนามเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่การขยายตัวอย่างยั่งยืนและรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลกอย่างมีประสิทธิภาพ.