(VOVWORLD) - การปะทะในตะวันออกกลาง ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมายังไม่มีสัญญาณที่จะยุติลงถึงแม้จะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว ความพยายามเพื่อฟื้นฟูการเจรจาและแก้ไขการปะทะผ่านมาตรการทางการทูตกำลังเผชิญกับความท้าทายเป็นอย่างมาก
ควันลอยขึ้นภายหลังการโจมตีในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2026 ท่ามกลางการปะทะระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน (Majid Asgaripour/WANA via REUTERS) |
เกือบ 3 สัปดาห์หลังจากเกิดการปะทะ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการใดๆ ที่จะกลับมาเจรจา ไม่ว่าจะในระดับเล็กที่สุดหรือผ่านการไกล่เกลี่ยก็ตาม
ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ยอมประนีประนอม
ในการแถลงครั้งล่าสุดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการยุติการปะทะที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในตะวันออกกลางผ่านมาตรการทางการทูต เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า อิหร่านพร้อมที่จะบรรลุคำสั่งหยุดยิง แต่สหรัฐยังไม่เห็นด้วย ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อาราชี ปฏิเสธเรื่องนี้ทันที โดยระบุว่า อิหร่านไม่สนใจที่จะเจรจากับสหรัฐในขณะนี้ การตอบโต้ครั้งนี้เป็นท่าทีล่าสุดใน “สงครามคารม” ระหว่างทั้งสองฝ่ายนับตั้งแต่การปะทะเกิดขึ้น โดยไม่มีฝ่ายใดยอมถอยหลังเนื่องจากแรงกดดันของอีกฝ่าย ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัตซ์ กล่าวเมื่อวันที่ 14 มีนาคมว่า การปะทะกับอิหร่านกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ และอิสราเอลสามารถทำการปะทะที่ยืดเยื้อได้ถ้าหากจำเป็น
สถานการณ์ปัจจุบันกำลังสร้างความท้าทายเป็นอย่างมากต่อความพยายามทางการทูต ไม่เพียงแต่เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอิสราเอลกับอิหร่านเท่านั้น หากยังรวมถึงการลดความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ซึ่งกำลังเข้าไปพัวพันกับการปะทะมากขึ้น นาง ลานา นุสเซเบห์ รัฐมนตรีแห่งรัฐประจำกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE กล่าวว่า การฟื้นฟูการเจรจาระหว่างประเทศในอ่าวเปอร์เซียกับอิหร่านในช่วงนี้จะต้องมีเงื่อนไขชี้ขาดว่า อิหร่านต้องยุติการโจมตีตอบโต้ใส่ดินแดนของ UAE แม้ว่าการโจมตีเหล่านั้นจะมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพหรือทรัพย์สินของสหรัฐก็ตาม นาย มาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์กล่าวว่า
“สำหรับการมีคนกลางไกล่เกลี่ย ขณะนี้ ทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างกล่าวว่า ไม่มีการไกล่เกลี่ย เราไม่ได้รับข้อมูลอย่างเป็นทางการใดๆ และไม่ทราบถึงกิจกรรมการไกล่เกลี่ยอย่างเป็นทางการใดๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่”
ตามความเห็นของนาย Torbjorn Soltvedt นักวิเคราะห์เกี่ยวกับตะวันออกกลางของบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงระดับโลก Verisk Maplecroft ประเทศอังกฤษ การเจรจาทางการทูตกับอิหร่านเคยเป็น “เกราะป้องกัน” ที่ช่วยให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซียหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ตอนนี้ “เกราะป้องกัน” นั้นพังทลายลงแล้ว การฟื้นฟูการเจรจาจึงเป็นเรื่องยากมาก แม้จะมีการไกล่เกลี่ยก็ตาม เช่นเดียวกับความเห็นนี้ นาย Hakan Fidan รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกีแสดงความเห็นว่า ท่ามกลางการปะทะระหว่างสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่านที่เกิดขึ้นในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจากันอยู่นั้น ทำให้เจตนาทางการทูตในช่วงนี้เป็นที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง
เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านอ่าวเปอร์เซีย ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 (REUTERS) |
การเจรจาทางการทูตยังคงเป็นทางออก
สถานการณ์ที่ซับซ้อนในการปะทะ โดยเฉพาะความแออัดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ได้ทำให้ความพยายามทางการทูตเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น ตามความเห็นของบรรดาผู้สังเกตการณ์ สิ่งสำคัญเฉพาะหน้าของทางการสหรัฐคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียสามารถแล่นผ่านได้ตามปกติ เมื่อไม่นานมานี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกร้องให้หลายประเทศ รวมทั้ง ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมนีและจีน เข้าร่วมแผนการส่งเรือรบไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่วนใหญ่ปฏิเสธ โดยกังวลว่า อาจนำประเทศตกเข้าสู่การปะทะ ในกรอบการเยือนตุรกีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี โยฮันน์ วาเดฟูล กล่าวว่า การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเป็นสิ่งจำเป็นและควรทำโดยเร็ว แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการทางทหาร
อังกฤษเป็นประเทศเดียวในขณะนี้ที่กล่าวว่า กำลัง “พิจารณา” ส่งกองกำลังไปยังช่องแคบฮอร์มุซตามคำเรียกร้องของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ แม้ว่าอาจจำกัดอยู่เพียงการตรวจสอบและเก็บกู้กับระเบิด แต่ก็ยังระบุว่า ต้องให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆต่อมาตรการทางการทูตในระยะยาว นาย เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของอังกฤษกล่าวว่า
“การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งจะนำผลประโยชน์มาสู่ทุกฝ่าย แต่ผมเชื่อว่า เราจำเป็นต้องลดความตึงเครียดของวิกฤตในปัจจุบันลง เพราะวิธีการที่ดีที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุดในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งคือการยุติการปะทะในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรากำลังดำเนินการร่วมกับหุ้นส่วนต่างๆ”
การปะทะในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อความพยายามทางการทูตที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญระดับโลกอื่นๆ โดยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า เขาได้เสนอให้จีนเลื่อนการประชุมสุดยอดกับประธานประเทศจีน สีจิ้นผิง ออกไปประมาณ 1 เดือน โดยอ้างถึงความจำเป็นในการจัดปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการปะทะในอิหร่านโดยตรง ก่อนหน้านั้น การเยือนจีนของนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำหนดไว้ในระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึงวันที่ 2 เมษายน ได้รับการคาดหวังว่า จะเป็นนิมิตหมายสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน และจะช่วยผลักดันประเด็นสำคัญอื่นๆ เช่น ภาษีศุลกากรโลก การแก้ไขการปะทะระหว่างรัสเซียและยูเครน และความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี.