(VOVWORLD) - มติการประชุมสมัชชาใหญ่พรรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามสมัยที่ 13 ระบุว่า วัฒนธรรมเป็นพลังภายในและแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศ ซึ่งแนวทางเชิงยุทธศาสตร์นี้ได้ช่วยให้อุตสาหกรรมวัฒนธรรมเวียดนามในช่วงปี 2021-2025 มีการเปลี่ยนแปลงและมีชีวิตชีวาอย่างเห็นได้ชัด ค่อยๆ เข้าสู่ชีวิตผ่านความคิดสร้างสรรค์และเปิดระยะแห่งการพัฒนาใหม่ที่ยั่งยืน ทันสมัยและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์
วัฒนธรรมเป็นพลังภายในและแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศ |
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 วัฒนธรรมได้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นครั้งแรกที่วัฒนธรรมถูกกำหนดอย่างชัดเจนว่าเป็นพลังภายในและแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศ มิใช่เพียงเป็นรากฐานทางจิตใจเท่านั้น จากแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ดังกล่าว ได้มีการเปลี่ยนแปลงในด้านกลไกอย่างรวดเร็ว โดยสภาแห่งชาติสมัยที่ 15 ได้อนุมัติแนวทางลงทุนโครงการเป้าหมายแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาวัฒนธรรม ซึ่งช่วยขยายพื้นที่ให้มีการลงทุนด้านวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบและยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะ นับเป็นครั้งแรกที่อุตสาหกรรมวัฒนธรรมได้ถูกระบุในเอกสารของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายในการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการพัฒนาอย่างเข้มแข็ง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยว เหงวียนวันหุ่ง (photo: กระทรวงวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยว) |
หลังการปฏิบัติมาเป็นเวลา 5 ปี ตลาดวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ได้ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 7.2 ต่อปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า วัฒนธรรมกำลังก้าวเข้าสู่ชีวิตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมผ่านพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง สำหรับการเปลี่ยนแปลงหลักในวาระนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยว เหงวียนวันหุ่ง ได้ยืนยันว่า
“ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ เราได้สร้างความเข้าใจใหม่ที่ถูกต้องและสมบูรณ์เกี่ยวกับวัฒนธรรม ซึ่งวัฒนธรรมไม่เพียงแต่เป็นศิลปะเท่านั้น หากยังเป็นพลังทางจิตใจ เป็นพลังภายในและแรงขับเคลื่อนของการพัฒนาอีกด้วย วัฒนธรรมจำเป็นต้องมีบทบาทสำคัญทัดเทียมกับเศรษฐกิจและการเมืองที่ทำหน้าที่กำหนดการพัฒนาที่ยั่งยืนของสังคม”
ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงแนวคิดและการปฏิบัติ นโยบายที่เป็นรูปธรรมต่าง ๆ ยังคงสร้างพลังขับเคลื่อนให้วัฒนธรรมก้าวเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ต่อไป มติที่ 30 ของรัฐบาลว่าด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมพร้อมกับโครงการเป้าหมายแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาวัฒนธรรมระยะปี 2025–2035 ได้สร้างกรอบที่เป็นระบบสำหรับระยะการพัฒนาใหม่ จากสถานการณ์ที่เป็นจริง นาย เจิ่นหว่าง อธิบดีกรมลิขสิทธิ์ผู้เขียนสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม การกีฬาและการท่องเที่ยว ให้ข้อสังเกตว่า
“อุตสาหกรรมวัฒนธรรมได้มีการเปลี่ยนแปลงที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก โดยเราได้เปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านการสร้างภาพยนตร์ กิจกรรมทางวัฒนธรรม และการแสดงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาของเศรษฐกิจ”
นาย เจิ่นหว่าง อธิบดีกรมลิขสิทธิ์ผู้เขียน (VNU) |
การเปลี่ยนแปลงช่วยให้อุตสาหกรรมวัฒนธรรมมีชีวิตชีวามากขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยดึงดูดความสนใจของผู้ชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเทศกาลด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวต่างๆ
ถึงขณะนี้ อุตสาหกรรมวัฒนธรรมได้ย่างเข้าสู่ระยะใหม่ ซึ่งมีความต้องการทั้งในการขยายตัวด้านขนาดและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยการกำหนดห่วงโซ่คุณค่า เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์กับชุมชนและสังคมให้เป็นประเด็นหลักที่ได้รับความสนใจจากนักวิชาการและผู้กำหนดนโยบายในสภาวการณ์ที่วัฒนธรรมนับวันมีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อการพัฒนาประเทศ รองศาสตราจารย์ ดร. เหงวียนถิทูเฟือง หัวหน้าสถาบันวัฒนธรรม ศิลปะ การกีฬาและการท่องเที่ยวเวียดนามได้ย้ำว่า
“เราตระหนักได้ดีเกี่ยวกับลักษณะของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและได้กำหนดมาตรการแก้ไขหลัก ห่วงโซ่คุณค่ากำลังเป็นรูปเป็นร่าง โดยความคิดริเริ่มต่างๆในการผลิตผลิตภัณฑ์และบริการอุตสาหกรรมวัฒนธรรมต้องมีความเชื่อมโยงอย่างแนบแน่นกับชุมชนในท้องถิ่นและจุดหมายปลายทางที่สร้างสรรค์ต่าง ๆ”
การเปลี่ยนแปลงช่วยให้อุตสาหกรรมวัฒนธรรมมีชีวิตชีวามากขึ้นในชีวิตประจำวัน (ภาพจากคณะกรรมการจัดงาน) |
ในสภาวการณ์การผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึก อุตสาหกรรมวัฒนธรรมไม่เพียงแต่เป็นสาขาเศรษฐกิจใหม่เท่านั้น หากยังเป็นช่องทางสำคัญในการเสริมสร้าง Soft Power และยกระดับสถานะของประเทศ เพราะว่า ถ้าหากวัฒนธรรมได้รับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ที่ได้รับการขยายผลอย่างกว้างขวาง วัฒนธรรมก็จะกลายเป็นแหล่งพลังเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการพัฒนาประเทศ จากมุมมองดังกล่าว นายเลหายบิ่งห์ รองผู้อำนวยการสถาบันรัฐศาสตร์การเมืองแห่งชาติโฮจิมินห์ให้ข้อสังเกตว่า
“เวียดนามมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจมาก อีกทั้งยังมีมรดกทางวัฒนธรรมทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมต่างๆ และมีชุมชนคนรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์และความสามารถในการจับกระแสแนวโน้มใหม่ ๆ ของโลกได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น เรามีโอกาสอย่างมากในการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ถ้าหากเราพัฒนาเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมวัฒนธรรมให้มีความเข้มแข็ง ก็จะเป็นการยืนยันถึงเอกลักษณ์ของเวียดนามบนเวทีโลก”
จากจิตใจของการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 13 สู่การปฏิบัติจริงในช่วงปี 2021–2025 สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า วัฒนธรรมกำลังได้รับการกำหนดสถานะที่เหมาะสม โดยเป็นทั้งพื้นฐานทางจิตใจของสังคม เป็นพลังภายในและเป็นแรงขับเคลื่อนให้แก่การพัฒนา อันมีส่วนร่วมแปรความคาดหวังเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ประเทศเวียดนามที่เจริญรุ่งเรือง มีความผาสุกและพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กลายเป็นความจริงโดยมีวัฒนธรรมเป็นรากฐาน.