(VOVWORLD) - เสียงกระดิ่งจากรถราง ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ชาวฮานอยในอดีตคุ้นชินนั้น ได้ถูกถ่ายทอดอย่างสมจริงและมีชีวิตชีวาอีกครั้งผ่านโครงการ “รถรางหมายเลข 6” ที่มีขึ้น ณ ถนน หงูสา-จุ๊กแบก กรุงฮานอย โดยได้พาผู้เข้าชมงานหวนกลับไปสู่บรรยากาศของกรุงฮานอยเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่มีทั้งเตาถ่านรังผึ้ง คูปองปันส่วนอาหาร หรือตู้ไม้เก็บของ แห่งความทรงจำ
พื้นที่แห่งความทรงจำผ่านวัตถุโบราณและความรู้สึกอันคุ้นเคย |
โครงการ “รถรางหมายเลข 6” ภายใต้กรอบกิจกรรม "นำมรดกสู่ท้องถนน" จัดขึ้นโดยคณะกรรมการประชาชนแขวงบาดิ่งห์ กรุงฮานอย ถือเป็นสถานที่ที่สะท้อนคุณค่าทางมรดกของกรุงฮานอย ซึ่งเรื่องราวต่างๆ ได้รับการถ่ายทอดออกมาในภาษาที่เข้าใจง่ายและเป็นธรรมชาติ ช่วยให้มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้สามารถผสมผสานเข้ากับชีวิตสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว โดยรถรางขบวนพิเศษนี้ไม่ได้ขนส่งผู้โดยสาร แต่ตู้โดยสารสองชั้นได้รับการออกแบบเปรียบเหมือนพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กได้ "นำพา" ความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของเมืองกรุงที่มีเกียรติประวัติวัฒนธรรมนับพันปีมาสู่ผู้เข้าชม ด้วยการสัมผัสกรุงฮานอยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือการมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การสัมผัส และการลิ้มรส นาย เหงวียนเยินฮวี (Nguyễn Dân Huy) รองประธานคณะกรรมประชาชนแขวงบาดิ่งห์ เผยว่า
ปัจจุบัน พวกเรากำลังดำเนินโครงการ "นำมรดกสู่ท้องถนน" เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มากขึ้นแทนที่จะเรียกร้องให้พวกเขาไปเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในช่วงแรกๆ พวกเราได้มีการตกแต่งสถานที่อย่างสวยงามเพื่อดึงดูดให้มาถ่ายรูปเช็คอิน เมื่อพวกเขามาถึง ก็จะเดินเข้าไปข้างในชมโลกแห่งมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้มีความเข้าใจ ความรัก และความเคารพมากยิ่งขึ้นต่อมรดกที่บรรพบุรุษของพวกเราได้ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง นี่ถือเป็นวิธีดึงดูดเยาวชนที่น่าสนใจอย่างมาก
“รถรางหมายเลข 6” ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงกระดิ่งรถรางในกรุงฮานอยช่วงปี 1901 ถึง 1991 |
จนถึงปัจจุบัน ทางการแขวงบาดิ่ง กำลังดำเนินโครงการ “รถรางมรดก” รวม 5 ขบวน ซึ่งในนั้นมี 4 ขบวนถูกตั้งอยู่ในบริเวณรอบทะเลสาบจุ๊กแบก ขณะที่มีอีก 1 ขบวนอยู่ใกล้หอเก็บน้ำ ห่างเดิ่ว โดยแต่ละขบวนเปรียบเสมือนโลกใบเล็กที่จำลองอดีตด้วยภาษายุคสมัยใหม่ สำหรับตู้รถ "ข้าว - เมล็ดข้าว - ข้าวเปลือก" เป็นการเดินทางอันมหัศจรรย์ที่แสดงกระบวนการตั้งแต่การหว่านเมล็ดข้าวและการเก็บเกี่ยว รวมถึงขั้นตอนการสีข้าวจนเป็นข้าวขาวบริสุทธิ์ ส่วนตู้รถ "ครัว - ตู้เก็บของ - ถาด" สะท้อนพื้นที่ครัวของชาวเวียดนามในยุครัฐอุปถัมภ์ ที่มีคูปองปันส่วนอาหารและเตาน้ำมันที่บอกเล่าเรื่องราวในช่วงเวลาที่ยากลำบาก นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานยังได้ชงกาแฟเองในตู้รถ "คาเฟ่ - ก่าเฟ - คอฟฟี่" หรือสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มชาอันประณีตของกษัตริย์ในยุคโบราณ พร้อมความสุข 8 อย่าง ได้แก่ การเล่นเครื่องดนตรี เล่นหมากรุก แต่งกวี วาดภาพ เขียนพู่กัน จิบเหล้า ชมดอกไม้ และดื่มชา ในตู้รถ "ชาและความสุข 8 อย่าง"
อีกหนึ่งไฮไลท์ในงานคือตู้รถ “เฝอ บุ๊น และเส้นก๋วยเตี๋ยว” ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารในทั้งสามภาคของเวียดนาม โดยเฉพาะ เฝอฮานอย และอาหารประเภทเส้นของท้องถิ่นต่างๆ โดยแต่ละเมนูล้วนมีเรื่องราวเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ของชาวเวียดนาม นาย เหงวียนเตี๊ยนดาด (Nguyễn Tiến Đạt) รองประธานสมาคมการท่องเที่ยวกรุงฮานอย เผยว่า
ผู้คนจะได้สัมผัสบรรยากาศกรุงฮานอยด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 ที่ไม่เพียงแค่รับฟังคำบรรยาเท่านั้น แต่ยังสามารถเดินเข้าไปในตู้โดยสารได้ด้วย ในตู้เฝอเราสัมผัสได้ถึงกลิ่นของเฝอที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนตู้กาแฟก็มีกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟ หลังจากนั้น ก็ได้รับประทานทั้งเฝอ กาแฟ ปอเปี๊ยะและจิบชา พร้อมชมวัตถุโบราณ
พื้นที่จัดแสดงมรดกทางด้านอาหารของฮานอยบนรถรางหมายเลข 6 |
โดยเฉพาะที่ "สถานีกลางรถรางหมายเลข 6" เป็นสถานที่เก็บรักษาสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในบ้านเรือนที่คุ้นเคยอย่างครบครัน เช่น เตาถ่านรังผึ้ง ชุดชงชาเซรามิก หรือเครื่องรับวิทยุเก่า ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกรวบรวมหรือได้รับบริจาคจากชาวบ้านในท้องถิ่น สะท้อนชีวิตประจำวันของชาวฮานอยได้อย่างชัดเจนในยุครัฐอุปถัมภ์ นาง ฝ่ามทูเฮือง อาศัยในแขวง โอเจอะเหยื่อ กรุงฮานอย แสดงความรู้สึกหลังได้เข้าชมงานแห่งความทรงจำครั้งนี้ว่า
ฉันเติบโตมาในยุครัฐอุปถัมภ์ เมื่อได้มองย้อนกลับไปช่วงเวลาที่ยังต้องใช้คูปองปันส่วนอาหาร อุปกรณ์ประกอบฉากถ่ายรูปงานแต่งงาน กระติกน้ำร้อนที่ได้รับเป็นของขวัญ หรือการถือช่อดอกไม้ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกลับไปสู่วัยเด็กอีกครั้ง ดิฉันไม่เคยคิดว่า ผู้จัดงานจะสามารถรวบรวมสิ่งของจากยุคนั้นได้เยอะขนาดนี้ พร้อมสร้างพื้นที่เล็กๆ ที่แสนอบอุ่นและสมกับยุคสมัยนั้น เพราะทุกอย่างคุ้นเคยมากๆ สิ่งของเหล่านั้นหาได้ยากในปัจจุบัน
แม้เพิ่งเปิดตัวไม่นาน แต่โครงการ “รถรางหมายเลข 6” และ "นำมรดกสู่ท้องถนน" ที่เป็นเอกลักษณ์นั้น ได้ดึงดูดผู้เข้าชมจำนวนมากในเวลาอันสั้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
คุณยายและคุณแม่ของฉันเป็นชาวฮานอย แต่ฉันเกิดและเติบโตในเมืองกวีเญิน ที่ผ่านมา ฉันแค่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับกุรงฮานอยในอดีตจากเรื่องเล่าของคุณปู่คุณย่าและพ่อแม่เท่านั้น โดยยังไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศกรุงฮานอยในอดีตที่แท้จริงด้วยตาตัวเองเลย จนถึงวันนี้ เมื่อได้มาที่นี่ ฉันได้เห็นสิ่งของต่างๆ อย่าง หม้อ กระทะ และไห ซึ่งเป็นสิ่งของที่ฉันไม่เคยเห็นหรือสัมผัสมาก่อน เหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่ปู่ย่าตายายและคุณแม่ได้เติบโตขึ้นมาในอดีต
เมื่อฉันได้มาที่นี่เพื่อสัมผัสบรรยากาศแห่งความทรงจำในวัยเด็ก ฉันได้เห็นเครื่องใช้ในบ้านที่หาไม่ได้ในยุคปัจจุบัน ฉันหวังว่า กิจกรรมแบบนี้จะถูกจัดขึ้นอย่างแพร่หลายมากขึ้น เพื่อให้คนรุ่นหลังอย่างพวกเราเข้าใจประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน
รถรางแห่งมรดกทางวัฒนธรรมได้มอบประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษและน่าจดจำท่ามกลางกรุงฮานอย โดยการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างอดีตและปัจจุบัน แก่นแท้ของวัฒนธรรมแห่งเมืองหลวงทังลอง-ฮานอยที่เก่าแก่นับพันปี รวมถึงประสบการณ์ด้านอาหารที่สร้างสรรค์ ได้สร้างเสน่ห์ที่ดึงดูดใจผู้เข้าชมงานและนักท่องเที่ยว.