การประชุมความมั่นคงมิวนิก ระเบียบการใหม่สำหรับการสนทนาข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
Quang Dung- VOV5 -  
(VOVWORLD) -จากการเป็นฟอรั่มประจำปีด้านความมั่นคงชั้นนำในโลก การประชุมความมั่นคงมิวนิก ครั้งที่ 62 ปีนี้ถือเป็นโอกาสเพื่อกำหนดระเบียบการใหม่สำหรับการสนทนาด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างยุโรปกับสหรัฐในสภาวการณ์ที่ความสัมพันธ์พันธมิตรที่มีมาช้านานข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกำลังตึงเครียดอย่างไม่เคยมีมาก่อน
นาย Wolfgang Ischinger ประธาน MSC (Photo: Reuters) |
การประชุมความมั่นคงมิวนิกหรือ MSC ปีนี้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 13 -15 กุมภาพันธ์ ณ เมืองมิวนิก รัฐบาวาเรีย ภาคใต้ของเยอรมนี โดยมีการเข้าร่วมของผู้นำประเทศประมาณ 65 คน ซึ่งในนั้นมีนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ รัฐมนตรีต่างประเทศและกลาโหมของประเทศต่างๆ 100 คน รวมทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ มาร์โก รูบิโอ ผู้บัญชาการทหารและผู้กำหนดนโยบายระดับสูง
ช่วงเวลาที่สำคัญ
ก่อนการประชุม เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการจัดการประชุมได้ประกาศรายงานความมั่นคงมิวนิกปี 2026 โดยกล่าวถึงความผันผวนและแนวโน้มหลักของสถานการณ์ความมั่นคงและการเมืองในโลกปัจจุบัน ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับบางนโยบายและวิธีการเข้าถึงของบรรดาประเทศมหาอำนาจ รวมทั้ง สหรัฐที่ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อระบบกลไกและระเบียบโลก ซึ่งการปรับปรุงวิธีการเข้าถึงด้านนโยบายของสหรัฐอาจช่วยแก้ไขอุปสรรค ผลักดันแนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์และลักษณะการแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุว่า การปรับปรุงนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงของสหรัฐกำลังสร้างความท้าทายต่อกลไกพหุภาคี การค้าโลกและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ที่ยุโรป สัญญาณด้านความมั่นคงและระดับคำมั่นของสหรัฐต่อยูเครนเป็นเนื้อหาที่ได้รับความสนใจในการหารือ
นาย Wolfgang Ischinger ประธาน MSC เผยว่า ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศพันธมิตรต่างๆของสหรัฐไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญต่อพลังความแข็งแกร่งเท่านั้น หากยังต้องยึดตามหลักความเห็นพ้องเกี่ยวกับระเบียบการร่วมของระบบกลไกระหว่างประเทศ แต่ปัจจุบัน ระดับความเห็นพ้องกำลังเปลี่ยนแปลงจนมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับศักยภาพความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกและโลกในเวลาที่จะถึง ในสภาวการณ์นี้ การที่คณะผู้แทนสหรัฐ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูง สส.รัฐสภาและผู้ว่าการรัฐต่างๆ ของสหรัฐเข้าร่วมการประชุมเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง
“ผมเห็นว่า ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤตครั้งใหญ่เกี่ยวกับความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือ ดังนั้น การที่คณะผู้แทนสหรัฐให้ความสนใจต่อการประชุมความมั่นคงมิวนิกเป็นสิ่งที่ดี”
ส่วนนาย Moritz Weiss นักวิเคราะห์ด้านการเมืองจากมหาวิทยาลัย Ludwig Maximilian ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ได้เผยว่า ประเทศต่างๆในยุโรปกำลังได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เพราะยุโรปไม่สามารถบรรลุความเห็นพ้องกันว่า กระบวนการโลกาภิวัฒน์ได้ยุติลงและการใช้กำลังความแข็งแกร่งกำลังกลายเป็นแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น
“ผมคิดว่า ความท้าทายที่ผู้กำหนดนโยบายกำลังต้องเผชิญคือภัยคุกคามและการใช้กำลังได้กลายเป็นเครื่องมือด้านนโยบายอีกครั้ง นี่เป็นความท้าทายเพราะพวกเราคุ้นชินกับการแก้ไขการปะทะด้วยสันติวิธี แต่สิ่งนี้กำลังเปลี่ยนไป ซึ่งประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศยุโรปประสบความยากลำบากในการปรับตัว”
ปฏิบิติการของยุโรป
บรรยากาศความตึงเครียดและความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างยุโรปกับสหรัฐก่อนการประชุม MSC ได้สร้างความวิตกกังวลว่า การหารือต่างๆในมิวนิกจะมีขึ้นอย่างตรงไปตรงมาและเป็นมืออาชีพหรือไม่ สำหรับยุโรป นี่เป็นคำถามสำคัญเพราะในการประชุมเมื่อปีที่แล้ว รองประธานาธิบดีสหรัฐ J.D Vance ได้มีบทปราศรัยเกี่ยวกับคุณค่าของประชาธิปไตยในยุโรป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กรณีนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง คณะกรรมการจัดการประชุมได้ย้ำว่า ทุกการหารือในการประชุมปีนี้ต้องดำเนินไปตามหลักการมิวนิกคือ “คำมั่นและการประสานงานกัน ไม่เพิกเฉยต่อกัน”
แต่อย่างไรก็ดี บรรดาผู้สังเกตการณ์เห็นว่า บรรดาประเทศยุโรปจะมีสิ่งที่ต้องทำมากกว่า โดยไม่ใช่การแสวงหาการสนทนาที่สมดุลกับสหรัฐ นาง Claudia Major รองประธานกองทุน Marshall ของเยอรมนี ซึ่งเป็นองค์การที่วิจัยและผลักดันความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเผยว่า บรรดาประเทศยุโรปตั้งความคาดหวังในการประชุมครั้งนี้คือ การแสวงหาวิธีการประสานงานอย่างมีเสถียรภาพกับสหรัฐเพื่อธำรงความสัมพันธ์ในเชิงสร้างสรรค์ ปรับเปลี่ยนจากรูปแบบกลาโหมยุโรปที่สหรัฐเดินหน้าไปยังรูปแบบที่ยุโรปมีบทบาทสำคัญ สองคือการที่ยุโรปต้องยุติการพึ่งพาสหรัฐและสร้างสถานะทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ใหญ่มากขึ้น
ในหลายวันที่ผ่านมา ผู้นำยุโรปหลายคนได้ส่งสารเกี่ยวกับการที่ยุโรปกำลังเติบโตเข้มแข็ง ก่อนการประชุม MSC ปีนี้ สหภาพยุโรปได้จัดการประชุมสุดยอดอุตสาหกรรม ณ ประเทศเบลเยียม เพื่อผลักดันนโยบายการพึ่งพาตนเองและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่ม ซึ่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนีและประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ย้ำถึงการที่ยุโรปต้องมีช่องทางการสนทนากับรัสเซียเพื่อแก้ไขการปะทะระหว่างรัสเซียกับยูเครน แทนการรอคอยปฏิบัติการและนโยบายที่ยากจะคาดเดาได้ของสหรัฐ ดังนั้น การประชุมความมั่นคงมิวนิกครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาเพื่อกำหนดหลักการสนทนาใหม่ กำหนดสถานะและแนวทางของยุโรปในระยะต่อไป.
Quang Dung- VOV5